คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2548 ฉบับเต็ม

#269542
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2548 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดอนันต์ชัย กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 229 จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยให้สืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อไป ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์ถูกยกเลิกเพิกถอนไปได้ เท่ากับให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้สืบพยานต่อไป จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,014,172.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในวงเงินต้นไม่เกิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เลื่อนคดี และสั่งงดสืบพยานของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการอุทธรณ์คำสั่งงดสืบพยานของศาลชั้นต้นโดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น ให้สืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 และมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เท่ากับเป็นการอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาชำระตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนค่าขึ้นศาล 200 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่งบสืบพยานจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ที่จะต้องนำค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยให้สืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อไปซึ่งจะทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์ถูกยกเลิกเพิกถอนไปได้ เท่ากับให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้สืบพยานต่อไป จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ 2 มานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์-สุรพล เอกโยคยะ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269542
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035044"
    }
}
date
2548
deka_no
627/2548
deka_running_no
627
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "สุรพล เอกโยคยะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดอนันต์ชัย กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,014,172.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในวงเงินต้นไม่เกิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เลื่อนคดี และสั่งงดสืบพยานของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นการอุทธรณ์คำสั่งงดสืบพยานของศาลชั้นต้นโดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น ให้สืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 และมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เท่ากับเป็นการอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาชำระตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 คืนค่าขึ้นศาล 200 บาท

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่งบสืบพยานจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่อยู่ในบังคับของบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ที่จะต้องนำค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยให้สืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อไปซึ่งจะทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์ถูกยกเลิกเพิกถอนไปได้ เท่ากับให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้สืบพยานต่อไป จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่นำค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ 2 มานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000851.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548