คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2551 ฉบับเต็ม

#269553
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2551 บริษัทบางจากกรีนเนท จำกัด โจทก์ นางสาวมาลีวรรณ สายหนิ้ว กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง, มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลางของโจทก์แล้วมีคำสั่งไม่รับฟ้อง จึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่า การพิจารณาในศาลแรงงานกลางไม่เป็นการสะดวก จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้องตามที่ขอตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์อุทธรณ์ก็เพื่อให้เห็นว่า การพิจารณาคดีในศาลแรงงานกลางจะเป็นการสะดวก อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินที่คงค้างอยู่พร้อมดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องรวม 15,349.16 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางเห็นว่าเป็นกรณีมีมูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลแรงงานภาค 5 ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคสอง จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง (พอแปลความได้ว่าศาลแรงงานกลางพิจารณาคำร้องขออนุญาตฟ้องแล้ว เห็นว่า เป็นการไม่สะดวกจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง) โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นฟ้องคดีปรากฏว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างซึ่งมีสถานที่ที่ทำงานที่จังหวัดลำปาง ส่วนจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาที่กรุงเทพมหานคร โดยโจทก์ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลาง ให้เหตุผลว่าสัญญาจ้างแรงงาน สัญญาค้ำประกัน ได้ทำที่กรุงเทพมหานคร เอกสารหลักฐานและพยานบุคคลต่าง ๆ อยู่ที่กรุงเทพมหานครอันเป็นภูมิลำเนาของโจทก์ ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคดีอยู่ในเขตศาลแรงงานภาค 5 จึงไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร มีลูกจ้างประจำการในสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ พยานหลักฐานต่าง ๆ ตามสัญญาจ้างแรงงานจะเก็บไว้ที่ภูมิลำเนาของโจทก์ และในคดีนี้จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้แก่โจทก์แล้วนั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลางของโจทก์แล้ว มีคำสั่งไม่รับฟ้องจึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่า การพิจารณาในศาลแรงงานกลางไม่เป็นการสะดวก จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้องตามที่ขอตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์อุทธรณ์ก็เพื่อให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลแรงงานกลางจะเป็นการสะดวก อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตของศาลแรงงานกลางเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์. (พิทยา บุญชู-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์) ศาลแรงงานกลาง - นายพิชยนต์ นิพาสพงษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269553
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายพิชยนต์ นิพาสพงษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082012692"
    }
}
date
2551
deka_no
297/2551
deka_running_no
297
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "พิทยา บุญชู",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 33 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 54 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบางจากกรีนเนท จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวมาลีวรรณ สายหนิ้ว กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินที่คงค้างอยู่พร้อมดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องรวม 15,349.16 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าเป็นกรณีมีมูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลแรงงานภาค 5 ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคสอง จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง (พอแปลความได้ว่าศาลแรงงานกลางพิจารณาคำร้องขออนุญาตฟ้องแล้ว เห็นว่า เป็นการไม่สะดวกจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง)

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นฟ้องคดีปรากฏว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างซึ่งมีสถานที่ที่ทำงานที่จังหวัดลำปาง ส่วนจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาที่กรุงเทพมหานคร โดยโจทก์ยื่นคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลาง ให้เหตุผลว่าสัญญาจ้างแรงงาน สัญญาค้ำประกัน ได้ทำที่กรุงเทพมหานคร เอกสารหลักฐานและพยานบุคคลต่าง ๆ อยู่ที่กรุงเทพมหานครอันเป็นภูมิลำเนาของโจทก์ ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคดีอยู่ในเขตศาลแรงงานภาค 5 จึงไม่รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร มีลูกจ้างประจำการในสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ พยานหลักฐานต่าง ๆ ตามสัญญาจ้างแรงงานจะเก็บไว้ที่ภูมิลำเนาของโจทก์ และในคดีนี้จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้แก่โจทก์แล้วนั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาคำร้องขอดำเนินคดีที่ศาลแรงงานกลางของโจทก์แล้ว มีคำสั่งไม่รับฟ้องจึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่า การพิจารณาในศาลแรงงานกลางไม่เป็นการสะดวก จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้องตามที่ขอตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์อุทธรณ์ก็เพื่อให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลแรงงานกลางจะเป็นการสะดวก อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการพิจารณาอนุญาตของศาลแรงงานกลางเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000647.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551