คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2548 ฉบับเต็ม

#269560
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2548 นางสาวชลบงกช เข็มนาค โจทก์ บริษัทโลยัลตี้เรียลเอสเตท แอนด์ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 387, มาตรา 456 วรรคสอง แม้สัญญาจะซื้อจะขายจะไม่มีข้อตกลงว่าจำเลยจะสร้างบ้านให้แล้วเสร็จเมื่อใดก็ตาม แต่เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน และโจทก์ได้ชำระเงินค่างวดให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยย่อมมีหน้าที่ปลูกสร้างบ้านและส่งมอบให้โจทก์ตามสัญญา ทั้งไม่ใช่ว่าจำเลยจะสร้างบ้านให้เสร็จเมื่อใดก็ได้แล้วแต่ความพอใจของจำเลย คดีนี้โจทก์ชำระเงินเฉพาะค่างวดให้จำเลยไปแล้ว 630,000 บาท โดยงวดหลังสุดชำระเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2539 แต่นับจากวันทำสัญญาคือวันที่ 15 มิถุนายน 2539 เป็นต้นมา กระทั่งโจทก์บอกเลิกสัญญา และจนถึงปัจจุบันจำเลยก็ยังไม่ได้ลงมือก่อสร้างบ้านให้โจทก์ โดยจำเลยไม่ได้ชี้แจงหรือโต้แย้งใดๆ พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวถือว่าจำเลยผิดสัญญาและจำเลยไม่มีเจตนาชำระหนี้ให้โจทก์ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องให้โจทก์บอกกล่าวกำหนดเวลาให้จำเลยดำเนินการอีก ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของโครงการบ้านสรานนท์ เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2538 โจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านทาวน์เฮาส์ สามชั้นครึ่ง 1 หลัง ในโครงการดังกล่าวจากจำเลย โดยชำระราคาให้จำเลยแล้วเป็นเงินจำนวน 454,350 บาท ต่อมาจำเลยขอเปลี่ยนบ้านที่จะขายให้ ซึ่งโจทก์ตกลง โดยชำระราคาเพิ่มอีกรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 636,350 บาท แต่ปรากฏว่า นับแต่วันทำสัญญาจนถึงวันฟ้อง จำเลยมิได้เริ่มดำเนินการปลูกสร้างบ้านตามสัญญาแต่อย่างใด โจทก์ติดตามทวงถามให้จำเลยดำเนินการหลายครั้ง แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและให้จำเลยคืนเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 859,053.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ผิดสัญญา จึงไม่ต้องคืนเงิน โจทก์ไม่เคยมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยดำเนินการปลูกสร้างบ้านให้แล้วเสร็จและทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ อันเป็นการบอกกล่าวแจ้งกำหนดระยะเวลาให้จำเลยชำระหนี้ในเวลาอันสมควร โจทก์ยังไม่ได้ถูกโต้แย้งสิทธิจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 777,243 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยผิดสัญญาและโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้สัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.9 จะไม่มีข้อตกลงว่าจำเลยจะสร้างบ้านให้แล้วเสร็จเมื่อใดก็ตาม แต่เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน และโจทก์ได้ชำระเงินค่างวดให้แก่จำเลยแล้วจำเลยย่อมมีหน้าที่ปลูกสร้างบ้านและส่งมอบให้โจทก์ตามสัญญา ทั้งไม่ใช่ว่าจำเลยจะสร้างบ้านให้เสร็จเมื่อใดก็ได้แล้วแต่ความพอใจของจำเลยด้วย คดีนี้โจทก์ชำระเงินเฉพาะค่างวดให้จำเลยไปแล้ว 630,000 บาท โดยงวดหลังสุดชำระเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2539 ปรากฏตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.13 แผ่นที่ 5 แต่นับจากวันทำสัญญาคือวันที่ 15 มิถุนายน 2539 เป็นต้นมา จนกระทั่งโจทก์บอกเลิกสัญญา ปรากฏตามหนังสือขอบอกเลิกสัญญาและให้คืนเงิน ฉบับลงวันที่ 11 มิถุนายน 2542 เอกสารหมาย จ. 15 และจนถึงปัจจุบันจำเลยก็ยังไม่ได้ลงมือก่อสร้างบ้านให้โจทก์ โดยจำเลยไม่ได้ชี้แจงหรือโต้แย้งใดๆ พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าว ถือว่าจำเลยผิดสัญญา และจำเลยไม่มีเจตนาชำระหนี้ให้โจทก์ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องให้โจทก์บอกกล่าวกำหนดเวลาให้จำเลยดำเนินการอีก ดังนั้น โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามหนังสือขอบอกเลิกสัญญาและให้ คืนเงินเอกสารหมาย จ.15 ได้โดยชอบ...ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์-สุรพล เอกโยคยะ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269560
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034948"
    }
}
date
2548
deka_no
699/2548
deka_running_no
699
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "สุรพล เอกโยคยะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 387",
            "ม. 456 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวชลบงกช เข็มนาค"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทโลยัลตี้เรียลเอสเตท แอนด์ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของโครงการบ้านสรานนท์ เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2538 โจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านทาวน์เฮาส์ สามชั้นครึ่ง 1 หลัง ในโครงการดังกล่าวจากจำเลย โดยชำระราคาให้จำเลยแล้วเป็นเงินจำนวน 454,350 บาท ต่อมาจำเลยขอเปลี่ยนบ้านที่จะขายให้ ซึ่งโจทก์ตกลง โดยชำระราคาเพิ่มอีกรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 636,350 บาท แต่ปรากฏว่า นับแต่วันทำสัญญาจนถึงวันฟ้อง จำเลยมิได้เริ่มดำเนินการปลูกสร้างบ้านตามสัญญาแต่อย่างใด โจทก์ติดตามทวงถามให้จำเลยดำเนินการหลายครั้ง แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและให้จำเลยคืนเงิน ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 859,053.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ผิดสัญญา จึงไม่ต้องคืนเงิน โจทก์ไม่เคยมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยดำเนินการปลูกสร้างบ้านให้แล้วเสร็จและทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ อันเป็นการบอกกล่าวแจ้งกำหนดระยะเวลาให้จำเลยชำระหนี้ในเวลาอันสมควร โจทก์ยังไม่ได้ถูกโต้แย้งสิทธิจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 777,243 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยผิดสัญญาและโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้สัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.9 จะไม่มีข้อตกลงว่าจำเลยจะสร้างบ้านให้แล้วเสร็จเมื่อใดก็ตาม แต่เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน และโจทก์ได้ชำระเงินค่างวดให้แก่จำเลยแล้วจำเลยย่อมมีหน้าที่ปลูกสร้างบ้านและส่งมอบให้โจทก์ตามสัญญา ทั้งไม่ใช่ว่าจำเลยจะสร้างบ้านให้เสร็จเมื่อใดก็ได้แล้วแต่ความพอใจของจำเลยด้วย คดีนี้โจทก์ชำระเงินเฉพาะค่างวดให้จำเลยไปแล้ว 630,000 บาท โดยงวดหลังสุดชำระเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2539 ปรากฏตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.13 แผ่นที่ 5 แต่นับจากวันทำสัญญาคือวันที่ 15 มิถุนายน 2539 เป็นต้นมา จนกระทั่งโจทก์บอกเลิกสัญญา ปรากฏตามหนังสือขอบอกเลิกสัญญาและให้คืนเงิน ฉบับลงวันที่ 11 มิถุนายน 2542 เอกสารหมาย จ. 15 และจนถึงปัจจุบันจำเลยก็ยังไม่ได้ลงมือก่อสร้างบ้านให้โจทก์ โดยจำเลยไม่ได้ชี้แจงหรือโต้แย้งใดๆ พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าว ถือว่าจำเลยผิดสัญญา และจำเลยไม่มีเจตนาชำระหนี้ให้โจทก์ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องให้โจทก์บอกกล่าวกำหนดเวลาให้จำเลยดำเนินการอีก ดังนั้น โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามหนังสือขอบอกเลิกสัญญาและให้ คืนเงินเอกสารหมาย จ.15 ได้โดยชอบ...ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000850.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548