คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2548 ฉบับเต็ม

#269571
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2548 ห้างหุ้นส่วนจำกัดโพลี่พรินท์ แอนด์ แอดเวอร์ไทซิ่ง โจทก์ บริษัทซีวิลเอนจิเนียริง จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 79, มาตรา 174 (2), มาตรา 246 จำเลยยื่นคำแถลงขอวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แทนโจทก์พร้อมกับขอให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีปิดหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และให้จำเลยนำส่งให้โจทก์แก้ภายใน 15 วัน หากส่งไม่ได้ให้จำเลยแถลงภายใน 7 วัน เมื่อคำแถลงของจำเลยมีข้อความประทับว่า "ให้มาทราบคำสั่งถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบแล้ว" และทนายจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ข้างล่างข้อความดังกล่าว แม้ทนายจำเลยจะไม่มาทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นก็ต้องถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งที่ศาลได้สั่งในคำแถลงและในอุทธรณ์ของจำเลยโดยชอบแล้ว ทั้งจำเลยมีหน้าที่ต้องติดตามผลการส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ โดยศาลไม่จำต้องแจ้งผลของการส่งหมายให้จำเลยทราบอีก ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 ศาลชั้นต้นมีอำนาจกำหนดวิธีการส่งหมายได้ แม้ว่าในคำแถลงของจำเลยจะขอให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีปิดหมายก็ตาม แต่การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีธรรมดาก่อน เท่ากับศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์โดยวิธีปิดหมายตามที่จำเลยขอ กรณีหาเป็นเรื่องที่ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบไม่ เมื่อเจ้าพนักงานศาลรายงานว่า ได้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์แล้ว แต่ส่งไม่ได้ แต่จำเลยมิได้แถลงต่อศาลเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 7 วัน ตามคำสั่งศาล จึงถือว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,658,783 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,543,054.08 บาท นับถัดจากวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ สำเนาให้โจทก์แก้ ให้จำเลยนำส่งภายใน 15 วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วัน โดยมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2545 วันที่ 24 ตุลาคม 2545 เจ้าพนักงานศาลรายงานว่า ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รอจำเลยแถลง ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 เจ้าพนักงานศาลรายงานว่าจำเลยมิได้ยื่นคำแถลงแต่ประการใด ศาลชั้นต้นให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายอุทธรณ์ของจำเลยออกจากสารบบความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2545 พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์มีกำหนด 15 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2545 และมีคำสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยว่า "รอสั่งเมื่อวางเงิน" หลังจากนั้นจำเลยได้วางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ออกไปอีก ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาวันที่ 13 กันยายน 2545 จำเลยยื่นคำแถลงขอวางเงินค่าธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์พร้อมกับขอให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีปิดหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2545 ว่า "สั่งในอุทธรณ์" และมีคำสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกันว่า "รับอุทธรณ์ สำเนาให้โจทก์แก้ ให้จำเลยนำส่งภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ ส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วัน" เมื่อคำแถลงของจำเลยฉบับดังกล่าวมีข้อความประทับไว้ว่า "ให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 20 กันยายน 2545 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว" และทนายจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ข้างล่างข้อความดังกล่าว แม้ทนายจำเลยจะไม่มาทราบคำสั่งก็ต้องถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งในคำแถลงและในอุทธรณ์ของจำเลยโดยชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2545 ทั้งมีหน้าที่ต้องติดตามผลการส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์โดยศาลไม่จำต้องแจ้งผลการส่งหมายให้จำเลยทราบอีก และแม้ในคำแถลงฉบับดังกล่าวจำเลยจะขอให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีปิดหมาย แต่ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดวิธีการส่งหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ได้ และการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีธรรมดาก่อนนั้นเท่ากับศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์โดยวิธีปิดหมายตามที่จำเลยขออยู่ในตัว กรณีหาใช่เรื่องที่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งตามคำแถลงของจำเลยหรือดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบดังที่จำเลยอ้างไม่ ดังนั้น เมื่อเจ้าพนักงานศาลรายงานว่าได้นำหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ไปส่งให้แก่โจทก์ในวันที่ 20 ตุลาคม 2545 แต่ส่งให้ไม่ได้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 ว่า "รอจำเลยแถลง" แต่จำเลยมิได้แถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปภายในเวลา 7 วัน ตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงถือว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด เป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์-มนตรี ยอดปัญญา) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269571
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035052"
    }
}
date
2548
deka_no
605/2548
deka_running_no
605
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "มนตรี ยอดปัญญา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 79",
            "ม. 174 (2)",
            "ม. 246"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดโพลี่พรินท์ แอนด์ แอดเวอร์ไทซิ่ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทซีวิลเอนจิเนียริง จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,658,783 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,543,054.08 บาท นับถัดจากวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2543 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ สำเนาให้โจทก์แก้ ให้จำเลยนำส่งภายใน 15 วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วัน โดยมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2545

วันที่ 24 ตุลาคม 2545 เจ้าพนักงานศาลรายงานว่า ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รอจำเลยแถลง ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 เจ้าพนักงานศาลรายงานว่าจำเลยมิได้ยื่นคำแถลงแต่ประการใด ศาลชั้นต้นให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายอุทธรณ์ของจำเลยออกจากสารบบความ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2545 พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์มีกำหนด 15 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2545 และมีคำสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยว่า "รอสั่งเมื่อวางเงิน" หลังจากนั้นจำเลยได้วางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์ออกไปอีก ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาวันที่ 13 กันยายน 2545 จำเลยยื่นคำแถลงขอวางเงินค่าธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์พร้อมกับขอให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีปิดหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2545 ว่า "สั่งในอุทธรณ์" และมีคำสั่งในอุทธรณ์ของจำเลยในวันเดียวกันว่า "รับอุทธรณ์ สำเนาให้โจทก์แก้ ให้จำเลยนำส่งภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ ส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วัน" เมื่อคำแถลงของจำเลยฉบับดังกล่าวมีข้อความประทับไว้ว่า "ให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 20 กันยายน 2545 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว" และทนายจำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ข้างล่างข้อความดังกล่าว แม้ทนายจำเลยจะไม่มาทราบคำสั่งก็ต้องถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งในคำแถลงและในอุทธรณ์ของจำเลยโดยชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2545 ทั้งมีหน้าที่ต้องติดตามผลการส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์โดยศาลไม่จำต้องแจ้งผลการส่งหมายให้จำเลยทราบอีก และแม้ในคำแถลงฉบับดังกล่าวจำเลยจะขอให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีปิดหมาย แต่ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดวิธีการส่งหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ได้ และการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์โดยวิธีธรรมดาก่อนนั้นเท่ากับศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์โดยวิธีปิดหมายตามที่จำเลยขออยู่ในตัว กรณีหาใช่เรื่องที่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งตามคำแถลงของจำเลยหรือดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบดังที่จำเลยอ้างไม่ ดังนั้น เมื่อเจ้าพนักงานศาลรายงานว่าได้นำหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ไปส่งให้แก่โจทก์ในวันที่ 20 ตุลาคม 2545 แต่ส่งให้ไม่ได้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 ว่า "รอจำเลยแถลง" แต่จำเลยมิได้แถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปภายในเวลา 7 วัน ตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงถือว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด เป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000851.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548