คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2548 ฉบับเต็ม

#269602
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2548 บริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทบึงใหญ่ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 202 กรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 202 หากจำเลยมิได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลจะต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ การที่จำเลยที่ 1 แถลงคำคัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทก์เป็นคนละกรณีกับการที่จะให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความจึงชอบแล้ว แต่การที่ศาลชั้นต้นอ้างเหตุในคำสั่งจำหน่ายคดีว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้นเป็นการไม่ถูกต้องเพราะกรณีมิใช่เป็นเรื่องทิ้งฟ้องแต่เป็นกรณีโจทก์ขาดนัดพิจารณา ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ มีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 307,857.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ สัญญาเช่าซื้อยังมิได้เลิกกัน โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดชี้สองสถานและให้นัดสืบพยานโจทก์ ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยทั้งสามมาศาล ส่วนโจทก์ไม่มาศาลและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ทนายจำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องขอถอนฟ้องแล้ว ทนายจำเลยทั้งสามแถลงว่า ในส่วนของจำเลยที่ 3 ไม่คัดค้านการที่โจทก์ขอถอนฟ้อง แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอคัดค้านการถอนฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันนี้เป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ในกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 หากจำเลยมิได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลจะต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ การที่จำเลยที่ 1 แถลงคัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทก์เป็นคนละกรณีกับการที่จะให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยกฎหมายแล้ว หาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ไม่ แต่การที่ศาลชั้นต้นอ้างเหตุในคำสั่งจำหน่ายคดีว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้นเป็นการไม่ถูกต้องเพราะกรณีมิใช่เป็นเรื่องทิ้งฟ้องแต่เป็นกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา นอกจากนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตัดข้อความที่ว่า "โจทก์ทิ้งฟ้อง ออกจากคำสั่งศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น (มนตรี ยอดปัญญา-ปัญญา ถนอมรอด-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269602
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034941"
    }
}
date
2548
deka_no
728/2548
deka_running_no
728
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 202"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสยามพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทบึงใหญ่ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ มีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 307,857.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ สัญญาเช่าซื้อยังมิได้เลิกกัน โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดชี้สองสถานและให้นัดสืบพยานโจทก์ ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสาม

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยทั้งสามมาศาล ส่วนโจทก์ไม่มาศาลและไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ทนายจำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องขอถอนฟ้องแล้ว ทนายจำเลยทั้งสามแถลงว่า ในส่วนของจำเลยที่ 3 ไม่คัดค้านการที่โจทก์ขอถอนฟ้อง แต่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอคัดค้านการถอนฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันนี้เป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องจึงมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ในกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 หากจำเลยมิได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลจะต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ การที่จำเลยที่ 1 แถลงคัดค้านการขอถอนฟ้องของโจทก์เป็นคนละกรณีกับการที่จะให้ศาลดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ไม่อาจถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไปตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยกฎหมายแล้ว หาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ไม่ แต่การที่ศาลชั้นต้นอ้างเหตุในคำสั่งจำหน่ายคดีว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้นเป็นการไม่ถูกต้องเพราะกรณีมิใช่เป็นเรื่องทิ้งฟ้องแต่เป็นกรณีที่โจทก์ขาดนัดพิจารณา นอกจากนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตัดข้อความที่ว่า "โจทก์ทิ้งฟ้อง ออกจากคำสั่งศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000850.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548