คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1768/2548 ฉบับเต็ม

#269687
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1768/2548 พันตำรวจโทสนั่น แก้วจรัส กับพวก โจทก์ นายสิทธิโชค สมหวัง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1304, มาตรา 1349 แม้คลองมหาชัยจะมีเขื่อนกั้นอยู่บริเวณปากคลอง แต่มิได้ปิดกั้นตลอดเวลา เป็นการปิดกั้นเพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุน คลองมหาชัยยังเป็นคลองที่ประชาชนใช้ในการสัญจรไปมาอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นทางสาธารณะตามความหมายของ ป.พ.พ. มาตรา 1349 การที่ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่มิได้ใช้เป็นทางสัญจรทางน้ำ เนื่องจากไม่สะดวกเท่าการสัญจรทางบก หาได้ทำให้คลองมหาชัยสิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะไปไม่ เมื่อที่ดินของโจทก์ทั้งสองอยู่ติดคลองมหาชัย ซึ่งเป็นทางสาธารณะอยู่แล้ว โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยเปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นได้ ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าเปิดทางจำเป็นทางด้านทิศเหนือของที่ดินของจำเลยทั้งห้าโดยให้โจทก์ทั้งสองทำถนนกว้างประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 6 เมตร เพื่อให้โจทก์ทั้งสองสามารถนำรถยนต์แล่นเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ ซึ่งพอสมควรแก่ความจำเป็นของโจทก์ทั้งสอง และไม่ทำให้จำเลยทั้งห้าต้องเสียหายมากโดยโจทก์ทั้งสองยินยอมชดใช้ค่าทดแทนให้จำเลยทั้งห้าเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท จำเลยทั้งห้าให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนรั้วสังกะสีของจำเลยทั้งห้าที่สร้างปิดกั้นทางออกของบ้านโจทก์ทั้งสอง โดยให้มีความกว้าง 4 เมตร และยอมให้โจทก์ทั้งสองกับบริวารใช้ทางบกที่ดินโฉนดเลขที่ 2644 ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ของจำเลยทั้งห้าตามทางพิพาทเดิมยาวตลอดแนวเริ่มตั้งแต่แนวเขตที่ดินทางด้านทิศใต้ของโจทก์ทั้งสองไปจดทางสาธารณะเพื่อใช้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะได้ โดยโจทก์ทั้งสองต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่จำเลยทั้งห้าเป็นเงินรายปี ปีละ 5,000 บาท หากจำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งห้า จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสองทางด้านทิศเหนือติดคลองมหาชัย ทิศใต้ติดที่ดินของจำเลยทั้งห้า ทิศตะวันออกติดที่ดินของนางสำรวย สุขผล และทิศตะวันตกติดที่ดินของนายทวี ทองดี มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า คลองมหาชัยเป็นทางสาธารณะตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า คลองมหาชัยมีเขื่อนโครงการแก้มลิงกั้นอยู่บริเวณปากคลอง หากเขื่อนปิดกั้นเรือก็ไม่สามารถแล่นผ่านได้ ปัจจุบันไม่มีเรือโดยสารรับจ้างสาธารณะแล้ว การเดินทางโดยทางเรือจึงเป็นไปด้วยความลำบาก ประชาชนหันมาเดินทางโดยทางรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นทางสาธารณะ เห็นว่า แม้คลองมหาชัยจะมีเขื่อนโครงการแก้มลิงกั้นอยู่บริเวณปากคลองแต่ก็ได้ความจากนายวุฒิพงษ์ หมอปาน พยานโจทก์ทั้งสองตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า คลองมหาชัยยังมีชาวบ้านบางคนใช้เรือส่วนตัวสัญจรไปมา เพียงแต่ไม่ได้ใช้สัญจรไปยังจังหวัดสมุทรสาครเนื่องจากไกลเท่านั้น จึงเจือรับกับคำเบิกความของนายทวี ทองดี พยานจำเลยทั้งห้าว่า คลองมหาชัยมีน้ำตลอดปี ประชาชนยังใช้ในการสัญจรไปมา การเดินทางไปจังหวัดสมุทรสาครบางครั้งพยานจะใช้เรือส่วนตัวซึ่งเป็นเรือหางยาวเป็นพาหนะ ส่วนเขื่อนโครงการแก้มลิงที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าหากเขื่อนปิดกั้นเรือก็ไม่สามารถแล่นผ่านได้นั้น ก็ได้ความจากโจทก์ทั้งสองเองว่าเขื่อนจะปิดกั้นกรณีเพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุน แสดงว่าการปิดกั้นมิได้ทำตลอดเวลา คลองมหาชัยจึงเป็นทางสาธารณะตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 การที่ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่มิได้ใช้เป็นทางสัญจรทางน้ำ เนื่องจากไม่สะดวกเท่าการสัญจรทางบก หาได้ทำให้คลองมหาชัยสิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะไปไม่ เมื่อที่ดินของโจทก์ทั้งสองอยู่ติดคลองมหาชัยซึ่งเป็นทางสาธารณะอยู่แล้ว โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยเปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นได้อีก" พิพากษายืน (ประทีป ปิติสันต์-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269687
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033552"
    }
}
date
2548
deka_no
1768/2548
deka_running_no
1768
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1304",
            "ม. 1349"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พันตำรวจโทสนั่น แก้วจรัส กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสิทธิโชค สมหวัง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าเปิดทางจำเป็นทางด้านทิศเหนือของที่ดินของจำเลยทั้งห้าโดยให้โจทก์ทั้งสองทำถนนกว้างประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 6 เมตร เพื่อให้โจทก์ทั้งสองสามารถนำรถยนต์แล่นเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ ซึ่งพอสมควรแก่ความจำเป็นของโจทก์ทั้งสอง และไม่ทำให้จำเลยทั้งห้าต้องเสียหายมากโดยโจทก์ทั้งสองยินยอมชดใช้ค่าทดแทนให้จำเลยทั้งห้าเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท

จำเลยทั้งห้าให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนรั้วสังกะสีของจำเลยทั้งห้าที่สร้างปิดกั้นทางออกของบ้านโจทก์ทั้งสอง โดยให้มีความกว้าง 4 เมตร และยอมให้โจทก์ทั้งสองกับบริวารใช้ทางบกที่ดินโฉนดเลขที่ 2644 ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ของจำเลยทั้งห้าตามทางพิพาทเดิมยาวตลอดแนวเริ่มตั้งแต่แนวเขตที่ดินทางด้านทิศใต้ของโจทก์ทั้งสองไปจดทางสาธารณะเพื่อใช้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะได้ โดยโจทก์ทั้งสองต้องใช้ค่าทดแทนให้แก่จำเลยทั้งห้าเป็นเงินรายปี ปีละ 5,000 บาท หากจำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งห้า

จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสองทางด้านทิศเหนือติดคลองมหาชัย ทิศใต้ติดที่ดินของจำเลยทั้งห้า ทิศตะวันออกติดที่ดินของนางสำรวย สุขผล และทิศตะวันตกติดที่ดินของนายทวี ทองดี มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า คลองมหาชัยเป็นทางสาธารณะตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า คลองมหาชัยมีเขื่อนโครงการแก้มลิงกั้นอยู่บริเวณปากคลอง หากเขื่อนปิดกั้นเรือก็ไม่สามารถแล่นผ่านได้ ปัจจุบันไม่มีเรือโดยสารรับจ้างสาธารณะแล้ว การเดินทางโดยทางเรือจึงเป็นไปด้วยความลำบาก ประชาชนหันมาเดินทางโดยทางรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นทางสาธารณะ เห็นว่า แม้คลองมหาชัยจะมีเขื่อนโครงการแก้มลิงกั้นอยู่บริเวณปากคลองแต่ก็ได้ความจากนายวุฒิพงษ์ หมอปาน พยานโจทก์ทั้งสองตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า คลองมหาชัยยังมีชาวบ้านบางคนใช้เรือส่วนตัวสัญจรไปมา เพียงแต่ไม่ได้ใช้สัญจรไปยังจังหวัดสมุทรสาครเนื่องจากไกลเท่านั้น จึงเจือรับกับคำเบิกความของนายทวี ทองดี พยานจำเลยทั้งห้าว่า คลองมหาชัยมีน้ำตลอดปี ประชาชนยังใช้ในการสัญจรไปมา การเดินทางไปจังหวัดสมุทรสาครบางครั้งพยานจะใช้เรือส่วนตัวซึ่งเป็นเรือหางยาวเป็นพาหนะ ส่วนเขื่อนโครงการแก้มลิงที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าหากเขื่อนปิดกั้นเรือก็ไม่สามารถแล่นผ่านได้นั้น ก็ได้ความจากโจทก์ทั้งสองเองว่าเขื่อนจะปิดกั้นกรณีเพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุน แสดงว่าการปิดกั้นมิได้ทำตลอดเวลา คลองมหาชัยจึงเป็นทางสาธารณะตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 การที่ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่มิได้ใช้เป็นทางสัญจรทางน้ำ เนื่องจากไม่สะดวกเท่าการสัญจรทางบก หาได้ทำให้คลองมหาชัยสิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะไปไม่ เมื่อที่ดินของโจทก์ทั้งสองอยู่ติดคลองมหาชัยซึ่งเป็นทางสาธารณะอยู่แล้ว โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยเปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นได้อีก"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000837.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548