คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2095/2548 ฉบับเต็ม

#269972
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2095/2548 บริษัทเงินทุนภัทรธนกิจ จำกัด (มหาชน) ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) ผู้ร้องขอ โดยธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้เข้าสวมสิทธิ ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัทอุตสาหกรรมท่อสตีมเหล็กกล้า จำกัด ลูกหนี้ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง (เดิม) พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/79 (เดิม) การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้ยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาคำขอแก้ไขแผน ถือว่าเป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ เมื่อผู้ร้องมิได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 90/79 (เดิม) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2542 และตั้งบริษัทไทยมุ้ย แอนด์ แอสโซซิเอท จำกัด เป็นผู้ทำแผน ต่อมาศาลมี่คำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2544 โดยมีผู้ทำแผนเป็นผู้บริหารแผน ต่อมาผู้บริหารแผนยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2545 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาข้อเสนอขอแก้ไขแผนของผู้บริหารแผนในวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 เวลา 9.30 นาฬิกา เมื่อถึงวันนัด ผู้ร้องไปถึงสถานที่ประชุมเจ้าหนี้เวลา 10.25 นาฬิกา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เลื่อนการประชุม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้องและให้ดำเนินการประชุมเจ้าหนี้ต่อไป ผลการประชุมเจ้าหนี้ปรากฏว่าที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับข้อเสนอขอแก้ไขแผน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กระทำการนับคะแนนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ร้องเสียสิทธิในการลงคะแนน ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาข้อเสนอขอแก้ไขแผนใหม่ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจศาลมีคำสั่งยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้ จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้อง และศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการที่แก้ไข ระหว่างระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนผู้ร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาต ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "การพิจารณาว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นอุทธรณ์หรือไม่ จะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการยื่นอุทธรณ์ คดีนี้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2545 ซึ่งกรณีของคำร้องนั้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง (เดิม) บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลายในคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้รวมถึงคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีดังกล่าว ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น" และพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/79 (เดิม) บัญญัติว่า "ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ เว้นแต่ ...(4) คำสั่งอื่นใดที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอำนาจ แล้วแต่กรณี เห็นว่ามีเหตุอันสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือ..." การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้ยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาคำขอแก้ไขแผน ถือว่าเป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ เมื่อผู้ร้องมิได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/79 (เดิม) ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของผู้ร้องมานั้นเป็นการไม่ชอบ และศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีกรณีจำต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 (เดิม) แต่อย่างใด" พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง (ไพโรจน์ วายุภาพ-สมชาย พงษธา-อุดมศักดิ์ นิติมนตรี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
269972
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033108"
    }
}
date
2548
deka_no
2095/2548
deka_running_no
2095
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "สมชาย พงษธา",
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 24 วรรคหนึ่ง (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/79 (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเงินทุนภัทรธนกิจ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องขอ",
        "name": "ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยธนาคารนครหลวงไทย จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "(มหาชน) ผู้เข้าสวมสิทธิ"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "ลูกหนี้",
        "name": "บริษัทอุตสาหกรรมท่อสตีมเหล็กกล้า จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2542 และตั้งบริษัทไทยมุ้ย แอนด์ แอสโซซิเอท จำกัด เป็นผู้ทำแผน ต่อมาศาลมี่คำสั่งเห็นชอบด้วยแผนเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2544 โดยมีผู้ทำแผนเป็นผู้บริหารแผน ต่อมาผู้บริหารแผนยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2545 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาข้อเสนอขอแก้ไขแผนของผู้บริหารแผนในวันที่ 17 พฤษภาคม 2545 เวลา 9.30 นาฬิกา เมื่อถึงวันนัด ผู้ร้องไปถึงสถานที่ประชุมเจ้าหนี้เวลา 10.25 นาฬิกา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เลื่อนการประชุม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้องและให้ดำเนินการประชุมเจ้าหนี้ต่อไป ผลการประชุมเจ้าหนี้ปรากฏว่าที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับข้อเสนอขอแก้ไขแผน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กระทำการนับคะแนนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ร้องเสียสิทธิในการลงคะแนน ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาข้อเสนอขอแก้ไขแผนใหม่

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจศาลมีคำสั่งยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้ จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้อง และศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการที่แก้ไข

ระหว่างระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนผู้ร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาต

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "การพิจารณาว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นอุทธรณ์หรือไม่ จะต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีการยื่นอุทธรณ์ คดีนี้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2545 ซึ่งกรณีของคำร้องนั้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง (เดิม) บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลายในคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้รวมถึงคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีดังกล่าว ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น" และพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/79 (เดิม) บัญญัติว่า "ห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ เว้นแต่ ...(4) คำสั่งอื่นใดที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคผู้มีอำนาจ แล้วแต่กรณี เห็นว่ามีเหตุอันสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือ..." การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้ยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาคำขอแก้ไขแผน ถือว่าเป็นคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีของศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ เมื่อผู้ร้องมิได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/79 (เดิม) ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของผู้ร้องมานั้นเป็นการไม่ชอบ และศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีกรณีจำต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 (เดิม) แต่อย่างใด"

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000833.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548