คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2548 ฉบับเต็ม

#270011
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1903/2548 นางจรรยา เหลืองอ่อน โจทก์ นายสมพงษ์ รัตถานู จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 653 จำเลยเขียนวันที่ ชื่อและที่อยู่ของจำเลย กับลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในสัญญากู้แล้วมอบไว้แก่โจทก์ เมื่อมีการกรอกข้อความอื่นๆ รวมทั้งจำนวนเงินกู้ลงในสัญญากู้ในภายหลังโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอม สัญญากู้ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอมและถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินที่จะฟ้องบังคับจำเลยได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 105,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 60,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2537 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2537 จนถึงวันฟ้องต้องค้างชำระไม่เกิน 5 ปี และไม่เกินจำนวน 45,000 บาท จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญากู้ดังกล่าวหรือไม่ จำเลยอ้างว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ทำพร้อมกับสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ย. 1078/2542 ของศาลชั้นต้นโดยทำเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2537 ทั้งสองฉบับ สำหรับสัญญากู้ตามเอกสารหมาย จ.2 จำเลยเขียนวันที่เป็นวันที่ 12 ตุลาคม 2537 เขียนชื่อและที่อยู่ของจำเลย กับลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ส่วนข้อความอื่นๆ ไม่ได้ลงไว้ โดยในวันดังกล่าวจำเลยขอกู้เงิน 10,000 บาท แต่ได้รับจริงเพียง 8,000 บาท และต้องทำสัญญากู้ให้ไว้ 2 ฉบับ ดังกล่าว โดยจำเลยไม่ได้กู้และไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ต่อมานางสาวจันทรา เหลืองอ่อน นำสัญญากู้ฉบับแรกตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 มาฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ย. 1078/2542 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีนี้ได้มีการนำสัญญากู้ฉบับที่สองซึ่งอยู่ที่โจทก์มาแก้ไขวันที่จากวันที่ 12 เป็นวันที่ 18 ตุลาคม 2537 และปลอมลายมือชื่อจำเลยเซ็นกำกับไว้ รวมทั้งกรอกข้อความอื่นๆ ในสัญญาแล้วนำมาฟ้องบังคับจำเลยให้รับผิด เห็นว่า ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 มีการแก้ไขวันที่เป็นวันที่ 18 จริง โดยลายมือชื่อที่เซ็นกำกับไว้ไม่เหมือนกับลายมือชื่อของจำเลยในช่องผู้กู้ เจือสมกับข้ออ้างของจำเลยที่ว่าได้ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2537 ในสัญญากู้ทั้งสองฉบับ แต่มีการแก้ไขวันที่ในสัญญากู้ฉบับที่สอง ซึ่งคงเป็นเพราะไม่ต้องการให้เห็นพิรุธว่าจำเลยว่าจำเลยทำสัญญากู้ในวันเดียวกันให้โจทก์ถึงสองฉบับโดยมีจำนวนเงินกู้และเงื่อนไขอื่นๆ ตรงกันทั้งสองฉบับนั่นเอง ทั้งนี้ได้ความว่าจำเลยเป็นพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ประจำตำแหน่งมีเงินเดือนเพียงเดือนละ 7,000 บาทเศษ เท่านั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหนี้รายใดจะยอมให้จำเลยกู้เงินไปในวันเดียวกันถึงสองครั้งเป็นเงินครั้งละ 60,000 บาท กำหนดชำระเงินคืนภายใน 1 ปี เหมือนกัน โดยไม่ปรากฏว่าได้รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อนและไม่มีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือมีบุคคลค้ำประกันแต่อย่างใด โจทก์เองก็ไม่ได้มาเบิกความให้เห็นถึงความเป็นไปของการกู้เงินรายนี้ตลอดจนเหตุผลที่ให้จำเลยกู้เงินจำนวนมากจนเกินขีดความสามารถของจำเลยที่จะชำระคืนได้ในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ทั้งที่โจทก์มีอาชีพออกเงินกู้ดังที่ได้ความจากนายสมชาย ยุรยงค์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นสามีโจทก์ อนึ่งทั้งนายสมชายและนางสาวจันทราเป็นผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโจทก์โดยเป็นสามีและบุตรสาวโจทก์ ย่อมต้องเบิกความเข้าข้างโจทก์เป็นธรรมดา จึงมีน้ำหนักน้อย พฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่าได้มีการกรอกข้อความอื่นๆ รวมทั้งจำนวนเงินกู้ลงในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ที่จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ไว้แล้วในภายหลังโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอมจริงดังที่จำเลยนำสืบ สัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 จึงเป็นเอกสารปลอมและถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแห่งการกู้ยืมที่จะฟ้องบังคับจำเลยได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ (วิเชียร มงคล-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
270011
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033344"
    }
}
date
2548
deka_no
1903/2548
deka_running_no
1903
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "วิเชียร มงคล",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 653"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจรรยา เหลืองอ่อน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมพงษ์ รัตถานู"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 105,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 60,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม จำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2537 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2537 จนถึงวันฟ้องต้องค้างชำระไม่เกิน 5 ปี และไม่เกินจำนวน 45,000 บาท

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญากู้ดังกล่าวหรือไม่ จำเลยอ้างว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ทำพร้อมกับสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ย. 1078/2542 ของศาลชั้นต้นโดยทำเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2537 ทั้งสองฉบับ สำหรับสัญญากู้ตามเอกสารหมาย จ.2 จำเลยเขียนวันที่เป็นวันที่ 12 ตุลาคม 2537 เขียนชื่อและที่อยู่ของจำเลย กับลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ ส่วนข้อความอื่นๆ ไม่ได้ลงไว้ โดยในวันดังกล่าวจำเลยขอกู้เงิน 10,000 บาท แต่ได้รับจริงเพียง 8,000 บาท และต้องทำสัญญากู้ให้ไว้ 2 ฉบับ ดังกล่าว โดยจำเลยไม่ได้กู้และไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ต่อมานางสาวจันทรา เหลืองอ่อน นำสัญญากู้ฉบับแรกตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 มาฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ย. 1078/2542 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีนี้ได้มีการนำสัญญากู้ฉบับที่สองซึ่งอยู่ที่โจทก์มาแก้ไขวันที่จากวันที่ 12 เป็นวันที่ 18 ตุลาคม 2537 และปลอมลายมือชื่อจำเลยเซ็นกำกับไว้ รวมทั้งกรอกข้อความอื่นๆ ในสัญญาแล้วนำมาฟ้องบังคับจำเลยให้รับผิด เห็นว่า ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 มีการแก้ไขวันที่เป็นวันที่ 18 จริง โดยลายมือชื่อที่เซ็นกำกับไว้ไม่เหมือนกับลายมือชื่อของจำเลยในช่องผู้กู้ เจือสมกับข้ออ้างของจำเลยที่ว่าได้ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2537 ในสัญญากู้ทั้งสองฉบับ แต่มีการแก้ไขวันที่ในสัญญากู้ฉบับที่สอง ซึ่งคงเป็นเพราะไม่ต้องการให้เห็นพิรุธว่าจำเลยว่าจำเลยทำสัญญากู้ในวันเดียวกันให้โจทก์ถึงสองฉบับโดยมีจำนวนเงินกู้และเงื่อนไขอื่นๆ ตรงกันทั้งสองฉบับนั่นเอง ทั้งนี้ได้ความว่าจำเลยเป็นพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ประจำตำแหน่งมีเงินเดือนเพียงเดือนละ 7,000 บาทเศษ เท่านั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหนี้รายใดจะยอมให้จำเลยกู้เงินไปในวันเดียวกันถึงสองครั้งเป็นเงินครั้งละ 60,000 บาท กำหนดชำระเงินคืนภายใน 1 ปี เหมือนกัน โดยไม่ปรากฏว่าได้รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อนและไม่มีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือมีบุคคลค้ำประกันแต่อย่างใด โจทก์เองก็ไม่ได้มาเบิกความให้เห็นถึงความเป็นไปของการกู้เงินรายนี้ตลอดจนเหตุผลที่ให้จำเลยกู้เงินจำนวนมากจนเกินขีดความสามารถของจำเลยที่จะชำระคืนได้ในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ทั้งที่โจทก์มีอาชีพออกเงินกู้ดังที่ได้ความจากนายสมชาย ยุรยงค์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นสามีโจทก์ อนึ่งทั้งนายสมชายและนางสาวจันทราเป็นผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโจทก์โดยเป็นสามีและบุตรสาวโจทก์ ย่อมต้องเบิกความเข้าข้างโจทก์เป็นธรรมดา จึงมีน้ำหนักน้อย พฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่าได้มีการกรอกข้อความอื่นๆ รวมทั้งจำนวนเงินกู้ลงในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ที่จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ไว้แล้วในภายหลังโดยจำเลยมิได้รู้เห็นยินยอมจริงดังที่จำเลยนำสืบ สัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 จึงเป็นเอกสารปลอมและถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแห่งการกู้ยืมที่จะฟ้องบังคับจำเลยได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000835.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548