คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2548 ฉบับเต็ม

#270232
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2548 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวิโรจน์ ปริธัญ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 18, มาตรา 229 จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 กรณีมิใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 18 ที่ศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนจึงจะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดตามสัญญากู้เงิน สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและสัญญาจำนอง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ 3,657,278.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 2,776,775.56 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มีนาคม 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 4,280,507.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยแบบทบต้นของต้นเงินดังกล่าว หากจำเลยไม่ชำระหนี้ทั้งสองจำนวนดังกล่าวให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 40801, 40802 ตำบลมาบตาพุด (ห้วยโป่ง) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง และที่ดินโฉนดเลขที่ 1740 ตำบลสุไหงโกลก อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากยังได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 6 กันยายน 2542 ขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าจำเลยไม่เคยได้รับหมายเรียก สำเนาคำฟ้อง หมายนัดและคำบังคับของศาล เพราะจำเลยไม่ได้อยู่ที่บ้านที่โจทก์ฟ้องแต่ให้บุคคลอื่นเช่าอยู่ ส่วนจำเลยไปอยู่กับภริยาที่บ้านเลขที่ 122/57 หมู่ที่ 2 ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หากจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีย่อมมีทางชนะคดีโจทก์ได้เพราะโจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้องและการบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย โดยจำเลยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ชอบหรือไม่ เห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 กรณีมิใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนจึงจะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย โดยไม่ได้สั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลเพิ่ม จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน (มนตรี ยอดปัญญา-วิบูลย์ มีอาสา-ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
270232
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035861"
    }
}
date
2548
deka_no
3/2548
deka_running_no
3
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิโรจน์ ปริธัญ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดตามสัญญากู้เงิน สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและสัญญาจำนอง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ 3,657,278.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 2,776,775.56 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 มีนาคม 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระหนี้เบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 4,280,507.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยแบบทบต้นของต้นเงินดังกล่าว หากจำเลยไม่ชำระหนี้ทั้งสองจำนวนดังกล่าวให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 40801, 40802 ตำบลมาบตาพุด (ห้วยโป่ง) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง และที่ดินโฉนดเลขที่ 1740 ตำบลสุไหงโกลก อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากยังได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 6 กันยายน 2542 ขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าจำเลยไม่เคยได้รับหมายเรียก สำเนาคำฟ้อง หมายนัดและคำบังคับของศาล เพราะจำเลยไม่ได้อยู่ที่บ้านที่โจทก์ฟ้องแต่ให้บุคคลอื่นเช่าอยู่ ส่วนจำเลยไปอยู่กับภริยาที่บ้านเลขที่ 122/57 หมู่ที่ 2 ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา หากจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีย่อมมีทางชนะคดีโจทก์ได้เพราะโจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้องและการบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย โดยจำเลยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ชอบหรือไม่ เห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 กรณีมิใช่เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลโดยถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ซึ่งศาลจะต้องสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนเสียก่อนจึงจะสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย โดยไม่ได้สั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลเพิ่ม จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000858.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548