คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2056/2548 ฉบับเต็ม

#270317
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2056/2548 นางสมศรี ชูธรัตน์ โจทก์ นางสาวบุษบง วรรณดิลก ผู้ร้อง บริษัทกฤษติญา เอสเตท จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1300 ป.วิ.พ. มาตรา 287 แม้โจทก์จะนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาแล้วก็ตาม แต่เมื่อยังไม่มีการขายทอดตลาด และต่อมาศาลอีกคดีหนึ่งได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยโอนทรัพย์ดังกล่าวแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับจำเลยให้จดทะเบียนสิทธิเหนือทรัพย์ดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1300 และมีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการยึดทรัพย์ดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 250,000 บาท แบ่งชำระ 3 งวด ภายในวันที่ 25 เมษายน 2540 แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 37924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32 ของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้องแล้ว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 12451/2543 ผู้ร้องเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 การที่โจทก์นำยึดเป็นการกระทบสิทธิของผู้ร้องเพราะไม่สามารถนำคำพิพากษาตามยอมไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเป็นของผู้ร้องได้ ขอให้เพิกถอนการยึด โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก่อนผู้ร้อง การที่โจทก์นำยึดที่ดินเพื่อออกขายทอดตลาดเป็นการใช้สิทธิตามขั้นตอนของกฎหมายและมีสิทธิดีกว่าผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงจากผู้ร้องและโจทก์แล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้สืบพยานแล้วมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 27924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 37924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีพร้อมทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32 นอกจากที่แก้ค้งให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งได้ดำเนินการบังคับคดีไปก่อนผู้ร้อง การที่ผู้ร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์เป็นการกระทบสิทธิในการบังคับคดีของโจทก์ที่มีอยู่ก่อนและได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการบังคับคดีของโจทก์นั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะดำเนินการบังคับคดีไปก่อนที่ผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาก็ตามแต่เมื่อศาลแพ่งมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาดังกล่าวที่จะบังคับให้จำเลยจดทะเบียนสิทธเหนือทรัพย์พิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ดังนั้น เมื่อยังมิได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทผู้ร้องก็ย่อมใช้สิทธิร้องขอให้เพิกถอนการยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ได้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิเชียร มงคล-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
270317
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033123"
    }
}
date
2548
deka_no
2056/2548
deka_running_no
2056
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "วิเชียร มงคล",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1300"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 287"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสมศรี ชูธรัตน์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวบุษบง วรรณดิลก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทกฤษติญา เอสเตท จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 250,000 บาท แบ่งชำระ 3 งวด ภายในวันที่ 25 เมษายน 2540 แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 37924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32 ของจำเลย

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้องแล้ว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 12451/2543 ผู้ร้องเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 การที่โจทก์นำยึดเป็นการกระทบสิทธิของผู้ร้องเพราะไม่สามารถนำคำพิพากษาตามยอมไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมาเป็นของผู้ร้องได้ ขอให้เพิกถอนการยึด

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก่อนผู้ร้อง การที่โจทก์นำยึดที่ดินเพื่อออกขายทอดตลาดเป็นการใช้สิทธิตามขั้นตอนของกฎหมายและมีสิทธิดีกว่าผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงจากผู้ร้องและโจทก์แล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้สืบพยานแล้วมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 27924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 37924 ตำบลบางคูวัด (บางคูวัดเหนือ) อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีพร้อมทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น เลขที่ 131/32 นอกจากที่แก้ค้งให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งได้ดำเนินการบังคับคดีไปก่อนผู้ร้อง การที่ผู้ร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์เป็นการกระทบสิทธิในการบังคับคดีของโจทก์ที่มีอยู่ก่อนและได้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการบังคับคดีของโจทก์นั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะดำเนินการบังคับคดีไปก่อนที่ผู้ร้องจะเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาก็ตามแต่เมื่อศาลแพ่งมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาดังกล่าวที่จะบังคับให้จำเลยจดทะเบียนสิทธเหนือทรัพย์พิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ดังนั้น เมื่อยังมิได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทผู้ร้องก็ย่อมใช้สิทธิร้องขอให้เพิกถอนการยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ได้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000833.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548