คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2079/2548 ฉบับเต็ม

#270485
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2079/2548 กรมศุลกากร โจทก์ บริษัทไทยเพลกซี่กลาส จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 328 วรรคสอง, มาตรา 329 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 จัตวา จำเลยนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยสำแดงว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกภายใน 1 ปี และขอวางหนังสือค้ำประกันการชำระค่าอากรขาเข้า เมื่อครบกำหนดจำเลยมิได้นำสินค้ามาผลิตเพื่อส่งออก โจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงินค่าอากรมาชำระแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงทวงถามไปยังธนาคาร ก. ผู้ค้ำประกันการชำระค่าอากรขาเข้าของจำเลย ซึ่งธนาคารได้นำเงินมาชำระตามที่ได้ค้ำประกันไว้ ต่อมาเจ้าพนักงานของโจทก์ตรวจพบว่าสินค้ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากที่จำเลยสำแดงไว้ในใบขนสินค้า จึงคำนวณค่าภาษีอากรใหม่พร้อมเงินเพิ่มแต่การที่โจทก์นำเงินค้ำประกันไปหักชำระเงินเพิ่มก่อนนั้นไม่ชอบ เพราะเงินเพิ่มตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 112 จัตวา มิใช่ดอกเบี้ยหรือค่าฤชาธรรมเนียมตาม ป.พ.พ. มาตรา 329 วรรคหนึ่ง กรณีนี้เป็นเรื่องลูกหนี้ต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้ในอันจะกระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นการอย่างเดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระพร้อมกัน หนี้ค่าอากรเป็นรายที่ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้ เพราะมีภาระเงินเพิ่มตามกฎหมาย ต้องได้รับปลดเปลื้องไปก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 328 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มจำนวน 786,765.90 บาท แก่โจทก์ พร้อมเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของอากรขาเข้าที่ต้องชำระเพิ่มจำนวน 690,145.53 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 690,145.53 บาท แก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2539 จำเลยนำเข้าสินค้าเคมีภัณฑ์เมททิล เมททาครีเลท จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาในราชอาณาจักรทางเรือ โดยสำแดงว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้า และจำเลยได้แสดงความจำนงขอคืนภาษีอากรเจ้าพนักงานของโจทก์พอใจราคาสินค้าที่จำเลยสำแดง จึงให้จำเลยวางเงินประกันค่าภาษีอากร จำเลยได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด มาวางค้ำประกันการชำระค่าอากรขาเข้า ครั้นเมื่อครบกำหนด 1 ปี จำเลยมิได้นำสินค้ามาผลิตเพื่อส่งออก โจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงินมาชำระแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงทวงถามไปยังธนาคารกรุงไทย จำกัด ธนาคารได้นำเงินมาชำระตามที่ได้ค้ำประกัน ต่อมาเจ้าพนักงานของโจทก์ได้ตรวจพบว่าสินค้ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเจ้าพนักงานของโจทก์จึงคำนวณค่าภาษีอากรใหม่พร้อมเงินเพิ่ม โจทก์นำเงินค้ำประกันไปหักชำระเงินเพิ่มก่อน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางให้นำเงินที่ผู้ค้ำกันนำมาชำระไปหักชำระหนี้ค่าอากรก่อน เป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า เงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 จัตวา มิใช่ดอกเบี้ยหรือค่าฤชาธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 วรรคหนึ่ง ทั้งบทมาตราดังกล่าวหาใช่บทกฎหมายที่ใกล้เคียงที่จะนำมาปรับใช้แก่คดีนี้ดังที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ โจทก์ไม่อาจนำเงินที่ผู้ค้ำประกันชำระมาหักชำระหนี้เงินเพิ่มค่าอากรก่อน กรณีนี้เป็นเรื่องลูกหนี้ต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้ในอันจะกระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นอย่างเดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย หนี้ถึงกำหนดชำระพร้อมกัน หนี้ค่าอากรเป็นรายที่ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้ เพราะมีภาระเงินเพิ่มตามกฎหมาย ย่อมได้รับปลดเปลื้องไปก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 328 วรรคสอง ที่ศาลภาษีอากรกลางให้นำเงินประกันมาชำระค่าอากรก่อนชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-ทองหล่อ โฉมงาม-โนรี จันทร์ทร) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
270485
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082033112"
    }
}
date
2548
deka_no
2079/2548
deka_running_no
2079
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 328 วรรคสอง",
            "ม. 329 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469",
        "sections": [
            "ม. 112 จัตวา"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรมศุลกากร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทไทยเพลกซี่กลาส จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าภาษีอากรและเงินเพิ่มจำนวน 786,765.90 บาท แก่โจทก์ พร้อมเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของอากรขาเข้าที่ต้องชำระเพิ่มจำนวน 690,145.53 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 690,145.53 บาท แก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2539 จำเลยนำเข้าสินค้าเคมีภัณฑ์เมททิล เมททาครีเลท จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาในราชอาณาจักรทางเรือ โดยสำแดงว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้า และจำเลยได้แสดงความจำนงขอคืนภาษีอากรเจ้าพนักงานของโจทก์พอใจราคาสินค้าที่จำเลยสำแดง จึงให้จำเลยวางเงินประกันค่าภาษีอากร จำเลยได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด มาวางค้ำประกันการชำระค่าอากรขาเข้า ครั้นเมื่อครบกำหนด 1 ปี จำเลยมิได้นำสินค้ามาผลิตเพื่อส่งออก โจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงินมาชำระแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงทวงถามไปยังธนาคารกรุงไทย จำกัด ธนาคารได้นำเงินมาชำระตามที่ได้ค้ำประกัน ต่อมาเจ้าพนักงานของโจทก์ได้ตรวจพบว่าสินค้ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเจ้าพนักงานของโจทก์จึงคำนวณค่าภาษีอากรใหม่พร้อมเงินเพิ่ม โจทก์นำเงินค้ำประกันไปหักชำระเงินเพิ่มก่อน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางให้นำเงินที่ผู้ค้ำกันนำมาชำระไปหักชำระหนี้ค่าอากรก่อน เป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า เงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 จัตวา มิใช่ดอกเบี้ยหรือค่าฤชาธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 วรรคหนึ่ง ทั้งบทมาตราดังกล่าวหาใช่บทกฎหมายที่ใกล้เคียงที่จะนำมาปรับใช้แก่คดีนี้ดังที่โจทก์อุทธรณ์ไม่ โจทก์ไม่อาจนำเงินที่ผู้ค้ำประกันชำระมาหักชำระหนี้เงินเพิ่มค่าอากรก่อน กรณีนี้เป็นเรื่องลูกหนี้ต้องผูกพันต่อเจ้าหนี้ในอันจะกระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นอย่างเดียวกันโดยมูลหนี้หลายราย หนี้ถึงกำหนดชำระพร้อมกัน หนี้ค่าอากรเป็นรายที่ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้ เพราะมีภาระเงินเพิ่มตามกฎหมาย ย่อมได้รับปลดเปลื้องไปก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 328 วรรคสอง ที่ศาลภาษีอากรกลางให้นำเงินประกันมาชำระค่าอากรก่อนชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000833.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548