คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2548 ฉบับเต็ม

#270651
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1424/2548 นายสมศักดิ์ เปรื่องประยูร โจทก์ นายสนิท ธรรมิกะ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 653 ป.วิ.พ. มาตรา 249 ป.รัษฎากร มาตรา 103, มาตรา 104, มาตรา 118 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า สัญญาจำนองเป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง เท่านั้น มิใช่เป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลย อันจะถือเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามความมุ่งหมายแห่ง ป.รัษฎากรฯ มาตรา 103, 104 และ 118 แม้ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ เหตุผลเช่นว่านี้ได้กล่าวโดยชัดเจนและชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลแห่งคดีได้ ฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายเป็นฎีกาในข้อที่เป็นสาระแก่คดีไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยซ้ำอีก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 84,662 บาท ตามสัญญากู้ยืมเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 63,500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสัญญากู้ยืมเงิน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 63,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 กันยายน 2544) ให้ไม่เกิน 21,162 บาท หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 7608 ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานตามทางนำสืบโจทก์ไม่อาจรับฟังข้อเท็จจริงให้เป็นยุติได้ว่าจำเลยเป็นผู้กู้เงินและทำสัญญาจำนองกับโจทก์ตามที่กล่าวอ้างมาในคำฟ้องนั้น เมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า สัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.1 ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จึงใช้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้นั้นปัญหาดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยแล้วว่า สัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.1 เป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง เท่านั้น มิใช่เป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยอันจะถือเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามความมุ่งหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 103, 104 และ 118 ดังนั้น แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ก็สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยเช่นว่านี้ได้กล่าวโดยละเอียดชัดเจนและชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยที่โต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 มาอีกนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลแห่งคดีไปได้ ศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมายจึงเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายเป็นฎีกาในข้อที่เป็นสาระแก่คดีไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยซ้ำอีก" พิพากษายกฎีกาของจำเลย (วิชัย วิวิตเสวี-เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-ธานิศ เกศวพิทักษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
270651
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034326"
    }
}
date
2548
deka_no
1424/2548
deka_running_no
1424
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 653"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 103",
            "ม. 104",
            "ม. 118"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมศักดิ์ เปรื่องประยูร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสนิท ธรรมิกะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 84,662 บาท ตามสัญญากู้ยืมเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 63,500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสัญญากู้ยืมเงิน ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 63,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 กันยายน 2544) ให้ไม่เกิน 21,162 บาท หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 7608 ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานตามทางนำสืบโจทก์ไม่อาจรับฟังข้อเท็จจริงให้เป็นยุติได้ว่าจำเลยเป็นผู้กู้เงินและทำสัญญาจำนองกับโจทก์ตามที่กล่าวอ้างมาในคำฟ้องนั้น เมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า สัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.1 ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จึงใช้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้นั้นปัญหาดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยแล้วว่า สัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.1 เป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง เท่านั้น มิใช่เป็นหนังสือสัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยอันจะถือเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามความมุ่งหมายแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 103, 104 และ 118 ดังนั้น แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ก็สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยเช่นว่านี้ได้กล่าวโดยละเอียดชัดเจนและชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยที่โต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 มาอีกนั้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลแห่งคดีไปได้ ศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมายจึงเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อกฎหมายเป็นฎีกาในข้อที่เป็นสาระแก่คดีไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยซ้ำอีก"

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000844.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548