คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3033/2550 ฉบับเต็ม

#270866
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3033/2550 กองทุนรวมโกลบอลไทย พร็อพเพอร์ตี้ โจทก์ บริษัทอิมเมกซ์ เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมชินเนอรี่ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 306 ป.พ.พ. มาตรา 306 ได้บัญญัติถึงวิธีการโอนสิทธิเรียกร้องไว้ว่า การโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงนั้น ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าไม่สมบูรณ์ ซึ่งโจทก์มีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเอกสารหมาย จ.7 เป็นหลักฐานที่อ้างว่าธนาคาร ด. ได้โอนสิทธิเรียกร้องที่ธนาคาร ด. มีต่อจำเลยให้แก่โจทก์แล้ว แต่อย่างไรก็ตามเอกสารหมาย จ.7 มีข้อความระบุถึงหนี้ที่มีการโอนสิทธิเรียกร้องกันไว้แต่เพียงว่า "รายละเอียดของสัญญาสินเชื่อและสัญญาหลักประกันที่ธนาคารได้โอนให้ผู้รับโอน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะสัญญาและเอกสารดังกล่าวต่อไปนี้" ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่อาจเข้าใจความหมายได้ว่าหมายถึงหนี้สินเชื่อประเภทใดบ้าง เพียงแต่มีข้อความต่อไปว่า "หนังสือสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ฉบับลงวันที่ 3 มีนาคม 2537" มิได้มีข้อความใดกล่าวถึงหนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทตามที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่อาจแปลความหมายได้ว่า ข้อความดังกล่าวรวมถึงหนี้ตามฟ้องด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญา ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,584,394.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,286,940.20 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ของจำเลยตามเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทจากธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) อันจะเป็นผลให้จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 ได้บัญญัติถึงวิธีการโอนสิทธิเรียกร้องไว้ว่า การโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงนั้น ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าไม่สมบูรณ์ ซึ่งโจทก์มีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเอกสารหมาย จ.7 เป็นหลักฐานที่อ้างว่าธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) ได้โอนสิทธิเรียกร้องที่ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) มีต่อจำเลยให้แก่โจทก์แล้ว จึงมีปัญหาวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า หนังสือแจ้งการโอนสิทธิตามเอกสารหมาย จ.7 เป็นหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 หรือไม่ ในเอกสารหมาย จ.7 ดังกล่าวมีข้อความในหน้าแรกกล่าวถึงการที่ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) ตกลงโอนกรรมสิทธิ์สิทธิเรียกร้องตามสัญญาสินเชื่อที่จำเลยทำไว้แก่ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) ให้แก่โจทก์ และในหน้า 3 มีข้อความว่า "เพื่อให้การโอนสิทธิตามสัญญาสินเชื่อเป็นไปโดยถูกต้องและสมบูรณ์ตามกฎหมาย ธนาคารจึงได้จัดทำหนังสือโอนสิทธิฉบับนี้ขึ้น และได้จัดส่งมายังท่าน..." และในตอนท้ายของเอกสารดังกล่าวได้มีผู้ลงลายมือชื่อที่ระบุว่าเป็นผู้มีอำนาจลงนามแทนธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) และกองทุนรวมโกลบอลไทย พร๊อพเพอร์ตี้ ผู้รับโอนคือโจทก์ไว้ เมื่ออ่านข้อความทั้งหมดและพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาแล้ว ฟังได้ว่าเอกสารหมาย จ.7 เป็นหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามเอกสารหมาย จ.7 มีข้อความระบุถึงหนี้ที่มีการโอนสิทธิเรียกร้องกันไว้แต่เพียงว่า "รายละเอียดของสัญญาสินเชื่อและสัญญาหลักประกันที่ธนาคารได้โอนให้ผู้รับโอน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะสัญญาและเอกสารดังกล่าวต่อไปนี้" ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่อาจเข้าใจความหมายได้ว่าหมายถึงหนี้สินเชื่อประเภทใดบ้าง เพียงแต่มีข้อความต่อไปว่า "หนังสือสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ฉบับลงวันที่ 3 มีนาคม 2537" มิได้มีข้อความใดกล่าวถึงหนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทตามที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่อาจแปลความได้ว่า ข้อความดังกล่าวรวมถึงหนี้ตามฟ้องด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (รัตน กองแก้ว-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-บุญรอด ตันประเสริฐ) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางจรูญลักษณ์ อินทจาร รัตนราช แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
270866
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางจรูญลักษณ์ อินทจาร รัตนราช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017317"
    }
}
date
2550
deka_no
3033/2550
deka_running_no
3033
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "รัตน กองแก้ว",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 306"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กองทุนรวมโกลบอลไทย พร็อพเพอร์ตี้"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอิมเมกซ์ เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมชินเนอรี่ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 2,584,394.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,286,940.20 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ของจำเลยตามเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทจากธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) อันจะเป็นผลให้จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 ได้บัญญัติถึงวิธีการโอนสิทธิเรียกร้องไว้ว่า การโอนหนี้อันจะพึงต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงนั้น ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าไม่สมบูรณ์ ซึ่งโจทก์มีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเอกสารหมาย จ.7 เป็นหลักฐานที่อ้างว่าธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) ได้โอนสิทธิเรียกร้องที่ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) มีต่อจำเลยให้แก่โจทก์แล้ว จึงมีปัญหาวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า หนังสือแจ้งการโอนสิทธิตามเอกสารหมาย จ.7 เป็นหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 หรือไม่ ในเอกสารหมาย จ.7 ดังกล่าวมีข้อความในหน้าแรกกล่าวถึงการที่ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) ตกลงโอนกรรมสิทธิ์สิทธิเรียกร้องตามสัญญาสินเชื่อที่จำเลยทำไว้แก่ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) ให้แก่โจทก์ และในหน้า 3 มีข้อความว่า "เพื่อให้การโอนสิทธิตามสัญญาสินเชื่อเป็นไปโดยถูกต้องและสมบูรณ์ตามกฎหมาย ธนาคารจึงได้จัดทำหนังสือโอนสิทธิฉบับนี้ขึ้น และได้จัดส่งมายังท่าน..." และในตอนท้ายของเอกสารดังกล่าวได้มีผู้ลงลายมือชื่อที่ระบุว่าเป็นผู้มีอำนาจลงนามแทนธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) และกองทุนรวมโกลบอลไทย พร๊อพเพอร์ตี้ ผู้รับโอนคือโจทก์ไว้ เมื่ออ่านข้อความทั้งหมดและพิจารณาถึงเจตนาของคู่สัญญาแล้ว ฟังได้ว่าเอกสารหมาย จ.7 เป็นหนังสือโอนสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามเอกสารหมาย จ.7 มีข้อความระบุถึงหนี้ที่มีการโอนสิทธิเรียกร้องกันไว้แต่เพียงว่า "รายละเอียดของสัญญาสินเชื่อและสัญญาหลักประกันที่ธนาคารได้โอนให้ผู้รับโอน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะสัญญาและเอกสารดังกล่าวต่อไปนี้" ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่อาจเข้าใจความหมายได้ว่าหมายถึงหนี้สินเชื่อประเภทใดบ้าง เพียงแต่มีข้อความต่อไปว่า "หนังสือสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี ฉบับลงวันที่ 3 มีนาคม 2537" มิได้มีข้อความใดกล่าวถึงหนี้ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทตามที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่อาจแปลความได้ว่า ข้อความดังกล่าวรวมถึงหนี้ตามฟ้องด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000688.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550