คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2548 ฉบับเต็ม

#270951
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2548 นายปิยะพงศ์ สุสิกขโกศล โจทก์ บริษัทนิคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31, มาตรา 54 จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องตามที่ปรากฏในสำนวน แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของโจทก์ไว้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2546 ดังนั้น โจทก์จะเริ่มทำงานกับจำเลยวันที่ 16 สิงหาคม 2546 หรือวันที่ 16 กันยายน 2546 ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่ให้โจทก์ได้รับโบนัสพิเศษประจำปี 2546 อุทธรณ์จำเลยข้อนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อสองว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับโบนัสปกติผู้บริหารและโบนัสพิเศษประจำปี 2547 ซึ่งศาลแรงงานกลางได้นำข้อตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของโจทก์เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2546 มาวินิจฉัยถึงสิทธิของโจทก์ เป็นการอุทธรณ์ขอให้ตีความข้อตกลงตามถ้อยคำในเอกสารที่ได้ตกลงกันไว้ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินโบนัสพิเศษประจำปี 2546 จำนวน 50,000 บาท และเงินโบนัสปกติประจำปี 2547 จำนวน 120,000 บาท และเงินโบนัสพิเศษประจำปี 2547 จำนวน 300,000 บาท แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินโบนัสพิเศษประจำปี 2546 จำนวน 50,000 บาท เงินโบนัสปกติประจำปี 2547 จำนวน 22,333.33 บาท และเงินโบนัสพิเศษประจำปี 2547 จำนวน 55,833.33 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อเป็นข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงขัดกับพยานหลักฐานในสำนวนและคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์และจำเลยได้ตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของโจทก์ไว้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2546 (ค.ศ.2003) ตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 4 หรือ ล.1 แผ่นที่ 2 แล้วศาลแรงงานกลางนำข้อตกลงดังกล่าวมาวินิจฉัยว่าแม้โจทก์จะเริ่มทำงานเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2546 โจทก์ก็มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษให้ได้รับโบนัสพิเศษประจำปี 2546 ที่จำเลยอุทธรณ์ ข้อ 1 ว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องตรงตามที่ปรากฏในสำนวน เพราะข้อเท็จจริงในสำนวนโจทก์เริ่มทำงานกับจำเลยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2546 นั้น เห็นว่า แม้อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงดังกล่าว ดังนั้น โจทก์เริ่มทำงานวันที่ 16 สิงหาคม 2546 หรือวันที่ 16 กันยายน 2546 ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์จำเลยข้อนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ข้อ 1 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2 ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับโบนัสปกติผู้บริหารและโบนัสพิเศษประจำปี 2547 ซึ่งศาลแรงงานกลางได้นำเอาข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 4 หรือ ล.1 แผ่นที่ 2 มาเป็นข้อวินิจฉัยถึงสิทธิของโจทก์เป็นการอุทธรณ์ขอให้ตีความข้อตกลงตามถ้อยคำในเอกสารดังกล่าว เป็นการอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย จึงให้รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2 ไว้ดำเนินการต่อไป" (รัตน กองแก้ว-ชวลิต ยอดเณร-ปัญญา สุทธิบดี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
270951
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035862"
    }
}
date
2548
deka_no
2/2548
deka_running_no
2
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "รัตน กองแก้ว",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 225 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31",
            "ม. 54"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายปิยะพงศ์ สุสิกขโกศล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทนิคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินโบนัสพิเศษประจำปี 2546 จำนวน 50,000 บาท และเงินโบนัสปกติประจำปี 2547 จำนวน 120,000 บาท และเงินโบนัสพิเศษประจำปี 2547 จำนวน 300,000 บาท แก่โจทก์

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินโบนัสพิเศษประจำปี 2546 จำนวน 50,000 บาท เงินโบนัสปกติประจำปี 2547 จำนวน 22,333.33 บาท และเงินโบนัสพิเศษประจำปี 2547 จำนวน 55,833.33 บาท แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อเป็นข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์

จำเลยเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงขัดกับพยานหลักฐานในสำนวนและคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป

ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์และจำเลยได้ตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของโจทก์ไว้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2546 (ค.ศ.2003) ตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 4 หรือ ล.1 แผ่นที่ 2 แล้วศาลแรงงานกลางนำข้อตกลงดังกล่าวมาวินิจฉัยว่าแม้โจทก์จะเริ่มทำงานเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2546 โจทก์ก็มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษให้ได้รับโบนัสพิเศษประจำปี 2546 ที่จำเลยอุทธรณ์ ข้อ 1 ว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องตรงตามที่ปรากฏในสำนวน เพราะข้อเท็จจริงในสำนวนโจทก์เริ่มทำงานกับจำเลยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2546 นั้น เห็นว่า แม้อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงดังกล่าว ดังนั้น โจทก์เริ่มทำงานวันที่ 16 สิงหาคม 2546 หรือวันที่ 16 กันยายน 2546 ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์จำเลยข้อนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ข้อ 1 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2 ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับโบนัสปกติผู้บริหารและโบนัสพิเศษประจำปี 2547 ซึ่งศาลแรงงานกลางได้นำเอาข้อตกลงตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 4 หรือ ล.1 แผ่นที่ 2 มาเป็นข้อวินิจฉัยถึงสิทธิของโจทก์เป็นการอุทธรณ์ขอให้ตีความข้อตกลงตามถ้อยคำในเอกสารดังกล่าว เป็นการอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย

จึงให้รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2 ไว้ดำเนินการต่อไป"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000858.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548