คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2548 ฉบับเต็ม

#271064
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 838/2548 นางมัลลิกา แสนยาสิริ โจทก์ บริษัทอเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 224, มาตรา 898 ผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่ความตายวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 จำเลยผู้รับประกันภัยมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 ถึงโจทก์ผู้รับประโยชน์บอกล้างสัญญาประกันชีวิตและปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมมรณกรรม จึงเป็นการผิดสัญญาและถือว่าจำเลยผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจำเลยได้นับแต่วันดังกล่าว มิใช่นับแต่วันผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,120,822 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ผู้เอาประกันซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ ทำคำขอประกันชีวิตกับจำเลยในวงเงินประกัน 1,000,000 บาท โดยให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ตามใบคำขอเอาประกันชีวิต จำเลยตกลงรับประกันภัยและออกกรมธรรม์ประกันภัย ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 ผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย โจทก์จึงขอรับเงินค่าสินไหมจากจำเลย 1,000,000 บาท ตามกรมธรรม์ประกันภัย แต่จำเลยปฏิเสธการจ่ายอ้างว่า สัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะและจำเลยได้บอกล้างแล้ว แต่เมื่อพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สัญญาประกันชีวิตไม่ตกเป็นโมฆียะ จำเลยบอกล้างไม่ได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 บอกล้างสัญญาประกันชีวิตและปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมมรณกรรม จึงเป็นการผิดสัญญาและถือว่าจำเลยผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยนับแต่วันดังกล่าวมิใช่นับแต่วันที่ผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย" พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ (เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-ปัญญา ถนอมรอด-ชวลิต ตุลยสิงห์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ สัญญาประกันชีวิต จะถือว่าผู้รับประกันภัยผิดสัญญาจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่เมื่อใดนั้น มีความเห็นออกเป็น 1. นับตั้งแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตายทั้งนี้เพราะการประกันชีวิตนั้นการใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของผู้เอาประกันภัยเป็นหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 889 เมื่อผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย ผู้รับประกันภัยย่อมมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยนับตั้งแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย หากไม่จ่ายถือว่าผิดนัดนับตั้งแต่วันนั้น 2. สัญญาประกันชีวิตเป็นกรณีที่หนี้ถึงกำหนดชำระเมื่อผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย แต่ยังถือว่าผู้รับประกันภัยยังไม่ผิดนัดจนกว่าจะได้รับคำเตือนจากผู้รับประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง เช่นแดงผู้เอาประกันภัยทำประกันชีวิตกับบริษัทผู้รับประกันภัยโดยมีข้อตกลงว่าหากแดงถึงแก่ความตายให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่เหลือง เช่นนี้ เมื่อแดงถึงแก่ความตายและเหลืองได้แจ้งให้บริษัทผู้รับประกันภัยทราบแล้ว ผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนนับตั้งแต่วันที่ทราบถึงการตายของแดง หากไม่ชำระก็ตกเป็นผู้ผิดนัดต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ทราบ เช่น ทราบวันที่ 1 มกราคม 2549 ก็ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป 3. กรณีอื่นๆ เช่น 3.1 กำหนดวันชำระค่าสินไหมทดแทนไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เช่น กรมธรรม์ประกันภัยกำหนดไว้ว่าจะชำระค่าสินไหมทดแทนภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย เป็นต้น 3.2 กำหนดวันชำระตามที่ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยแจ้งให้ผู้รับประกันภัยชำระค่าสินไหมทดแทน เช่น ให้ชำระภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย หากครบกำหนดแล้วไม่ชำระก็ตกเป็นผู้ผิดนัดนับตั้งแต่วันดังกล่าว (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2532) จากข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ปรากฏว่ากรมธรรม์ประกันภัย (ชีวิต) กำหนดไว้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยจะต้องจ่ายสินไหมทดแทนให้ในวันใด โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงการตายของผู้เอาประกันภัยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระค่าสินไหมทดแทน กลับกล่าวอ้างว่าผู้เอาประกันภัยแจ้งข้อมูลเท็จในส่วนที่เป็นสาระสำคัญของสัญญาประกันชีวิต ทำให้สัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะ จำเลยจึงบอกล้าง เช่นนี้ จะถือว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยผิดนัดไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันใด ซึ่งโจทก์ขอมานับแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย แต่ศาลฎีกามิได้วินิจฉัยให้ดอกเบี้ยนับแต่วันดังกล่าวแต่วินิจฉัยว่าจำเลยผู้รับประกันภัยมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 ถึงโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์บอกล้างสัญญาประกันชีวิตและปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมเป็นวันผิดนัด ซึ่งวันดังกล่าวมิได้เข้ากรณีหนึ่งกรณีใดดังกล่าวมาแล้วข้างต้น คำวินิจฉัยของศาลฎีกาดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างให้บริษัทผู้รับประกันภัยยึดเป็นแบบอย่างในการยื่นหนังสือปฏิเสธไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้นานออกไปเพื่อที่จะไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ย ผู้หมายเหตุเห็นด้วยความเคราพว่าหากมิได้มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นจะต้องยึดหลักว่า เมื่อผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย ถือได้ว่าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว หากแต่ผู้รับประโยชน์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จะต้องเตือนให้ผู้รับประกันภัยทราบ เมื่อผู้รับประกันภัยทราบวันใดก็ถือว่าวันนั้นเป็นวันที่ที่จะต้องชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์หากไม่ชำระก็ตกเป็นผู้ผิดนัดจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง ศิริชัย วัฒนโยธิน
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271064
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034743"
    }
}
date
2548
deka_no
838/2548
deka_running_no
838
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224",
            "ม. 898"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางมัลลิกา แสนยาสิริ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,120,822 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ผู้เอาประกันซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ ทำคำขอประกันชีวิตกับจำเลยในวงเงินประกัน 1,000,000 บาท โดยให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ตามใบคำขอเอาประกันชีวิต จำเลยตกลงรับประกันภัยและออกกรมธรรม์ประกันภัย ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2540 ผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย โจทก์จึงขอรับเงินค่าสินไหมจากจำเลย 1,000,000 บาท ตามกรมธรรม์ประกันภัย แต่จำเลยปฏิเสธการจ่ายอ้างว่า สัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะและจำเลยได้บอกล้างแล้ว แต่เมื่อพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สัญญาประกันชีวิตไม่ตกเป็นโมฆียะ จำเลยบอกล้างไม่ได้ ดังนั้น เมื่อจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 บอกล้างสัญญาประกันชีวิตและปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมมรณกรรม จึงเป็นการผิดสัญญาและถือว่าจำเลยผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยนับแต่วันดังกล่าวมิใช่นับแต่วันที่ผู้เอาประกันถึงแก่ความตาย"

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
สัญญาประกันชีวิต จะถือว่าผู้รับประกันภัยผิดสัญญาจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่เมื่อใดนั้น มีความเห็นออกเป็น 1. นับตั้งแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตายทั้งนี้เพราะการประกันชีวิตนั้นการใช้จำนวนเงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของผู้เอาประกันภัยเป็นหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 889 เมื่อผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย ผู้รับประกันภัยย่อมมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยนับตั้งแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย หากไม่จ่ายถือว่าผิดนัดนับตั้งแต่วันนั้น 2. สัญญาประกันชีวิตเป็นกรณีที่หนี้ถึงกำหนดชำระเมื่อผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย แต่ยังถือว่าผู้รับประกันภัยยังไม่ผิดนัดจนกว่าจะได้รับคำเตือนจากผู้รับประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง เช่นแดงผู้เอาประกันภัยทำประกันชีวิตกับบริษัทผู้รับประกันภัยโดยมีข้อตกลงว่าหากแดงถึงแก่ความตายให้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่เหลือง เช่นนี้ เมื่อแดงถึงแก่ความตายและเหลืองได้แจ้งให้บริษัทผู้รับประกันภัยทราบแล้ว ผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนนับตั้งแต่วันที่ทราบถึงการตายของแดง หากไม่ชำระก็ตกเป็นผู้ผิดนัดต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ทราบ เช่น ทราบวันที่ 1 มกราคม 2549 ก็ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป 3. กรณีอื่นๆ เช่น 3.1 กำหนดวันชำระค่าสินไหมทดแทนไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เช่น กรมธรรม์ประกันภัยกำหนดไว้ว่าจะชำระค่าสินไหมทดแทนภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย เป็นต้น 3.2 กำหนดวันชำระตามที่ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยแจ้งให้ผู้รับประกันภัยชำระค่าสินไหมทดแทน เช่น ให้ชำระภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย หากครบกำหนดแล้วไม่ชำระก็ตกเป็นผู้ผิดนัดนับตั้งแต่วันดังกล่าว (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2532) จากข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ปรากฏว่ากรมธรรม์ประกันภัย (ชีวิต) กำหนดไว้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยจะต้องจ่ายสินไหมทดแทนให้ในวันใด โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงการตายของผู้เอาประกันภัยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระค่าสินไหมทดแทน กลับกล่าวอ้างว่าผู้เอาประกันภัยแจ้งข้อมูลเท็จในส่วนที่เป็นสาระสำคัญของสัญญาประกันชีวิต ทำให้สัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะ จำเลยจึงบอกล้าง เช่นนี้ จะถือว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยผิดนัดไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันใด ซึ่งโจทก์ขอมานับแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย แต่ศาลฎีกามิได้วินิจฉัยให้ดอกเบี้ยนับแต่วันดังกล่าวแต่วินิจฉัยว่าจำเลยผู้รับประกันภัยมีหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 ถึงโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์บอกล้างสัญญาประกันชีวิตและปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมเป็นวันผิดนัด ซึ่งวันดังกล่าวมิได้เข้ากรณีหนึ่งกรณีใดดังกล่าวมาแล้วข้างต้น คำวินิจฉัยของศาลฎีกาดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างให้บริษัทผู้รับประกันภัยยึดเป็นแบบอย่างในการยื่นหนังสือปฏิเสธไม่ยอมจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้นานออกไปเพื่อที่จะไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ย ผู้หมายเหตุเห็นด้วยความเคราพว่าหากมิได้มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นจะต้องยึดหลักว่า เมื่อผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย ถือได้ว่าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว หากแต่ผู้รับประโยชน์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จะต้องเตือนให้ผู้รับประกันภัยทราบ เมื่อผู้รับประกันภัยทราบวันใดก็ถือว่าวันนั้นเป็นวันที่ที่จะต้องชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์หากไม่ชำระก็ตกเป็นผู้ผิดนัดจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง ศิริชัย วัฒนโยธิน
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000848.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548