คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2523/2549 ฉบับเต็ม

#271211
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2523/2549 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายอรรถพล หรือตี๋ จันทร์เอี่ยม จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, มาตรา 65 วรรคสาม (ใหม่) ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลย จำเลยกำลังนั่งปรุงผสมเมทแอมเฟตามีน โดยยึดได้เครื่องมือที่จำเลยใช้ มีแปรงสีฟัน ตลับพลาสติก บล็อกพิมพ์เมทแอมเฟตามีนที่มีรูปตัวอักษรดับเบิลยูวายทำด้วยเทียนสีเหลือง มีดคัทเตอร์ ไม้ไผ่เสียบลูกชิ้น และผงเมทแอมเฟตามีนปรุงแต่งผสมน้ำอยู่ครึ่งตลับ ตรวจค้นตัวจำเลยพบเมทแอมเฟตามีน 4 เม็ด เมื่อพิจารณาการกระทำของจำเลยประกอบกับเครื่องมือวัสดุต่าง ๆ ที่จำเลยใช้ในการปรุงผสมเมทแอมเฟตามีน ซึ่งจับกุมได้ชนิดที่เรียกว่าคาหนังคาเขาเช่นนี้ เห็นว่า แม้จะพบผงเมทแอมเฟตามีนปรุงแต่งผสมน้ำอยู่เพียงครึ่งตลับกับมีเครื่องมือต่าง ๆ เป็นเศษวัสดุที่สามารถหาได้ทั่วไปก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นการทำผสมแปรสภาพเมทแอมเฟตามีน ถือได้ว่าเป็นการผลิตตามบทนิยามของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 ซึ่งบัญญัติคำว่า "ผลิต" มีความหมายว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว ลักษณะการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคสาม (ที่แก้ไขใหม่) และลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะการผลิตโดยการทำ ผสม แปรสภาพเมทแอมเฟตามีน หาใช่การผลิตในการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุและมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงหนึ่งจุดห้ากรัมอันจะต้องด้วยบทกำหนดโทษดังกล่าวไม่ แต่การกระทำความผิดของจำเลยต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่เมื่อโจทก์มิได้ฎีกาจึงมิอาจเปลี่ยนแปลงโทษของจำเลยให้ถูกต้องได้เพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษอันเป็นผลร้ายแก่จำเลย ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 15, 57, 65, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 91 ริบของกลาง นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4998/2545 ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนความผิดฐานอื่นให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 57, 67 (ที่แก้ไขใหม่), 91 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพฐานเสพเมทแอมเฟตามีน และคำให้การในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นควรลดโทษกระทงแรกให้กึ่งหนึ่ง และกระทงที่สองให้หนึ่งในสาม กระทงแรก คงจำคุก 6 เดือน กระทงที่สอง คงจำคุก 8 เดือน รวมสองกระทง จำคุก 14 เดือน นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4998/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษจำเลยในคดีนี้ รวมจำคุก 20 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง เดิม, 57 และมาตรา 65 วรรคสาม, 66 วรรคหนึ่ง, 91 ที่แก้ไขแล้ว เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนวางโทษจำคุก 4 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย วางโทษจำคุก 4 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน เมื่อนำโทษจำคุก 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาบวกเข้าแล้วเป็นรวมจำคุกไว้ 4 ปี 22 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4998/2545 เข้ากับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก เป็นรวมจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 28 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมทั้งเมทแอมเฟตามีน 4 เม็ด น้ำหนัก 0.36 กรัม ผงที่มีสารเมทแอมเฟตามีนบดละเอียดผสมน้ำบรรจุในตลับพลาสติก 1 ตลับ น้ำหนัก 0.43 กรัม พร้อมทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการเป็นของกลางโดยแจ้งข้อหาจำเลยว่าเสพเมทแอมเฟตามีน มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และผลิตเมทแอมเฟตามีน จำเลยให้การรับสารภาพฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนความผิดฐานอื่นให้การปฏิเสธ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ระยะที่เจ้าพนักงานตำรวจมองเห็นจำเลยห่างกันประมาณ 10 เมตร จึงเชื่อว่าเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมเห็นเหตุการณ์จริง และข้อเท็จจริงจากคำพยานโจทก์ว่าขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลยนั้น จำเลยกำลังนั่งปรุงผสมเมทแอมเฟตามีนอยู่ โดยยึดได้เครื่องมือที่จำเลยใช้แปรงสีฟัน ตลับพลาสติก บล็อกพิมพ์เมทแอมเฟตามีนที่มีรูปตัวอักษรดับเบิลยูวายทำด้วยเทียนสีเหลือง มีดคัทเตอร์ ไม้ไผ่เสียบลูกชิ้น และผงเมทแอมเฟตามีนปรุงแต่งผสมน้ำอยู่ครึ่งตลับ และเมื่อตรวจค้นตัวจำเลยก็พบเมทแอมเฟตามีน 4 เม็ด เมื่อพิจารณาการกระทำของจำเลยประกอบกับเครื่องมือวัสดุต่างๆ ที่จำเลยใช้ในการปรุงผสมเมทแอมเฟตามีนซึ่งจับกุมได้ชนิดที่เรียกว่าคาหนังคาเขาเช่นนี้แล้ว ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทำผสมแปรสภาพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นการผลิตตามบทนิยามของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 ซึ่งบัญญัติคำว่า ผลิตมีความหมายว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว แม้จะพบเพียงผงเมทแอมเฟตามีนปรุงแต่งผสมน้ำอยู่ครึ่งตลับกับมีเครื่องมือต่างๆ เป็นเศษวัสดุที่สามารถหาได้ทั่วไปก็ตาม ลักษณะการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องโจทก์แล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตามฟ้อง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคสาม (ที่แก้ไขใหม่) และลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะว่าการผลิตโดยการทำ ผสม แปรสภาพเมทแอมเฟตามีน หาใช่การผลิดโดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุและมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงหนึ่งจุดห้ากรัมอันจะต้องด้วยบทกำหนดโทษดังกล่าวไม่ แต่การกระทำความผิดของจำเลยต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่เมื่อโจทก์มิได้ฎีกาจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงโทษของจำเลยให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษอันเป็นผลร้ายแก่จำเลย ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้... พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 65 วรรคหนึ่ง (เดิม), 67 (ที่แก้ไขใหม่) ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 4 ปี ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี เมื่อลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 16 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุก 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน เป็นจำคุก 2 ปี 22 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4998/2525 เข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี 28 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. (สุมิตร สุภาดุลย์-คมวุฒ บุรีธนวัต-นันทชัย เพียรสนอง) ศาลชั้นต้น - นายนาถพงษ์ สุขะปุณณ ศาลอุทธรณ์ - นายคัมภีร์ กิตติปริญญาพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271211
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นายนาถพงษ์ สุขะปุณณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายคัมภีร์ กิตติปริญญาพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024930"
    }
}
date
2549
deka_no
2523/2549
deka_running_no
2523
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "คมวุฒ บุรีธนวัต",
    "นันทชัย เพียรสนอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 65 วรรคสาม (ใหม่)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอรรถพล หรือตี๋ จันทร์เอี่ยม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 15, 57, 65, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 91 ริบของกลาง นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4998/2545 ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนความผิดฐานอื่นให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 57, 67 (ที่แก้ไขใหม่), 91 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพฐานเสพเมทแอมเฟตามีน และคำให้การในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นควรลดโทษกระทงแรกให้กึ่งหนึ่ง และกระทงที่สองให้หนึ่งในสาม กระทงแรก คงจำคุก 6 เดือน กระทงที่สอง คงจำคุก 8 เดือน รวมสองกระทง จำคุก 14 เดือน นำโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4998/2545 ของศาลชั้นต้นบวกเข้ากับโทษจำเลยในคดีนี้ รวมจำคุก 20 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง เดิม, 57 และมาตรา 65 วรรคสาม, 66 วรรคหนึ่ง, 91 ที่แก้ไขแล้ว เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนวางโทษจำคุก 4 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย วางโทษจำคุก 4 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละหนึ่งในสาม ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน เมื่อนำโทษจำคุก 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาบวกเข้าแล้วเป็นรวมจำคุกไว้ 4 ปี 22 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4998/2545 เข้ากับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก เป็นรวมจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี 28 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมทั้งเมทแอมเฟตามีน 4 เม็ด น้ำหนัก 0.36 กรัม ผงที่มีสารเมทแอมเฟตามีนบดละเอียดผสมน้ำบรรจุในตลับพลาสติก 1 ตลับ น้ำหนัก 0.43 กรัม พร้อมทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการเป็นของกลางโดยแจ้งข้อหาจำเลยว่าเสพเมทแอมเฟตามีน มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และผลิตเมทแอมเฟตามีน จำเลยให้การรับสารภาพฐานเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนความผิดฐานอื่นให้การปฏิเสธ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ระยะที่เจ้าพนักงานตำรวจมองเห็นจำเลยห่างกันประมาณ 10 เมตร จึงเชื่อว่าเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมเห็นเหตุการณ์จริง และข้อเท็จจริงจากคำพยานโจทก์ว่าขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลยนั้น จำเลยกำลังนั่งปรุงผสมเมทแอมเฟตามีนอยู่ โดยยึดได้เครื่องมือที่จำเลยใช้แปรงสีฟัน ตลับพลาสติก บล็อกพิมพ์เมทแอมเฟตามีนที่มีรูปตัวอักษรดับเบิลยูวายทำด้วยเทียนสีเหลือง มีดคัทเตอร์ ไม้ไผ่เสียบลูกชิ้น และผงเมทแอมเฟตามีนปรุงแต่งผสมน้ำอยู่ครึ่งตลับ และเมื่อตรวจค้นตัวจำเลยก็พบเมทแอมเฟตามีน 4 เม็ด เมื่อพิจารณาการกระทำของจำเลยประกอบกับเครื่องมือวัสดุต่างๆ ที่จำเลยใช้ในการปรุงผสมเมทแอมเฟตามีนซึ่งจับกุมได้ชนิดที่เรียกว่าคาหนังคาเขาเช่นนี้แล้ว ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทำผสมแปรสภาพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นการผลิตตามบทนิยามของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 ซึ่งบัญญัติคำว่า ผลิตมีความหมายว่า เพาะ ปลูก ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว แม้จะพบเพียงผงเมทแอมเฟตามีนปรุงแต่งผสมน้ำอยู่ครึ่งตลับกับมีเครื่องมือต่างๆ เป็นเศษวัสดุที่สามารถหาได้ทั่วไปก็ตาม ลักษณะการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องโจทก์แล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตามฟ้อง ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคสาม (ที่แก้ไขใหม่) และลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะว่าการผลิตโดยการทำ ผสม แปรสภาพเมทแอมเฟตามีน หาใช่การผลิดโดยการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุและมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงหนึ่งจุดห้ากรัมอันจะต้องด้วยบทกำหนดโทษดังกล่าวไม่ แต่การกระทำความผิดของจำเลยต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่เมื่อโจทก์มิได้ฎีกาจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงโทษของจำเลยให้ถูกต้องได้ เพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษอันเป็นผลร้ายแก่จำเลย ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้...

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 65 วรรคหนึ่ง (เดิม), 67 (ที่แก้ไขใหม่) ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 4 ปี ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี เมื่อลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 16 เดือน เมื่อรวมกับโทษจำคุก 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน เป็นจำคุก 2 ปี 22 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4998/2525 เข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี 28 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000757.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549