คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687/2548 ฉบับเต็ม

#271258
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687/2548 นายอำเภอคลองขลุง โจทก์ นางสรินทิพย์ โกสุมา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142, มาตรา 183 คำสั่งศาลชั้นต้นที่กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์ฟ้องคดีภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่ เป็นการกำหนดประเด็นในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ให้การปฏิเสธว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะฟ้องคดีเกินกำหนดเวลา เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่า แม้จะฟ้องคดีเกินกำหนดเวลา 60 วัน โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องโดยไม่มีผลให้ฟ้องโจทก์เสียไป ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยซึ่งข้อกฎหมายดังกล่าวเพื่อปรับแก่ข้อเท็จจริงในคดีได้ หาได้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจตรารักษาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยบุกรุกครอบครองและปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งเป็นสนามเพลาะที่ประชาชนใช้หลบภัยยามสงครามและขอออกโฉนดสำหรับที่ดินดังกล่าว กำนันตำบลวังแขมทำหน้าที่แทนนายอำเภอคลองขลุงได้คัดค้านต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนเปรียบเทียบแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ จึงสั่งการให้ออกโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลย โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน ให้จำเลยและบริวารออกไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาท ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป จำเลยให้การว่า ที่พิพาทมิใช่ที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่เป็นที่ดินที่จำเลยได้สิทธิครอบครองโดยสุจริต โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกำหนด 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดิน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทพร้อมรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วย ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย จึงมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ศาลชั้นต้นรับมาว่า เมื่อศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ฟ้องคดีภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่ แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยว่าแม้โจทก์จะนำคดีมาฟ้องเกินกว่า 60 วัน โจทก์ ก็ยังคงมีอำนาจฟ้องนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นหรือไม่ เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ฟ้องคดีภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่เป็นการกำหนดประเด็นในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ให้การปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเกินกว่า 60 วันนับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ซึ่งในการทำคำพิพากษาหากศาลชั้นต้นเห็นว่าถึงแม้โจทก์จะฟ้องคดีนี้เกินกว่ากำหนดเวลา 60 วัน โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องโดยไม่มีผลทำให้การฟ้องคดีของโจทก์เสียไป ก็เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยซึ่งข้อกฎหมายดังกล่าวเพื่อปรับแก่ข้อเท็จจริงนั้นได้ คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงตรงตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้แล้ว หาได้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นดังที่จำเลยฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยตามประเด็นนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ประทีป ปิติสันต์-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271258
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082032262"
    }
}
date
2548
deka_no
2687/2548
deka_running_no
2687
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142",
            "ม. 183"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอำเภอคลองขลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสรินทิพย์ โกสุมา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจตรารักษาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยบุกรุกครอบครองและปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งเป็นสนามเพลาะที่ประชาชนใช้หลบภัยยามสงครามและขอออกโฉนดสำหรับที่ดินดังกล่าว กำนันตำบลวังแขมทำหน้าที่แทนนายอำเภอคลองขลุงได้คัดค้านต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนเปรียบเทียบแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ จึงสั่งการให้ออกโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลย โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน ให้จำเลยและบริวารออกไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาท ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป

จำเลยให้การว่า ที่พิพาทมิใช่ที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่เป็นที่ดินที่จำเลยได้สิทธิครอบครองโดยสุจริต โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกำหนด 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดิน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาทพร้อมรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วย ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย จึงมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ศาลชั้นต้นรับมาว่า เมื่อศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ฟ้องคดีภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่ แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยว่าแม้โจทก์จะนำคดีมาฟ้องเกินกว่า 60 วัน โจทก์ ก็ยังคงมีอำนาจฟ้องนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นหรือไม่ เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ฟ้องคดีภายใน 60 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่เป็นการกำหนดประเด็นในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ให้การปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเกินกว่า 60 วันนับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ซึ่งในการทำคำพิพากษาหากศาลชั้นต้นเห็นว่าถึงแม้โจทก์จะฟ้องคดีนี้เกินกว่ากำหนดเวลา 60 วัน โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องโดยไม่มีผลทำให้การฟ้องคดีของโจทก์เสียไป ก็เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยซึ่งข้อกฎหมายดังกล่าวเพื่อปรับแก่ข้อเท็จจริงนั้นได้ คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงตรงตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้แล้ว หาได้เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นดังที่จำเลยฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยตามประเด็นนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000825.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548