ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2841/2548
นางนิวร ฝั่งชลจิตร กับพวก
โจทก์
นายวิทยา ศุปการ กับพวก
จำเลย
ป.พ.พ. มาตรา 425, มาตรา 850
บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีข้อความว่า "วันที่ 23 ธันวาคม 2539 ได้มี ป. ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง และ ว. ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ มาพบเพื่อเจรจาค่าเสียหาย ที่ตกลงกันได้ คือ ป. ได้เรียกร้องให้ ว. ซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม และ ว. ยอมตกลงตามข้อเสนอทุกประการ" เอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความระบุถึงค่าเสียหายที่โจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายรวมทั้งมิได้ระบุถึงค่าเสียหายอื่นๆ ที่โจทก์ทั้งสองพึงได้รับชดใช้จากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 นอกจากนี้ยังไม่ปรากฏข้อความให้เห็นด้วยว่าคู่กรณีตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นโดยยอมสละข้อเรียกร้องอื่นทั้งสิ้น หรือข้อความว่าโจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์จะฟ้องร้องจำเลยทั้งสองทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ มูลหนี้ละเมิดระหว่างโจทก์ที่ 2 และจำเลยที่ 1 จึงยังไม่ระงับ จำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง
___________________________
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 จนได้รับความเสียหาย และโจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 273,500 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าขาดผลประโยชน์ในอัตราวันละ 300 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะซ่อมแซมรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 จนใช้การได้ตามปกติ
จำเลยที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง
โจทก์ทั้งสองทิ้งฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจารสารบบความ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 74,445 บาท แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างต่อโจทก์ทั้งสอง เป็นเหตุให้โจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย และรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ได้รับความเสียหาย คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า บันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 อันทำให้มูลหนี้ที่จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองระงับไปและมีผลให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 หลุดพ้นความรับผิดตามฟ้องหรือไม่ ตามบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีข้อความว่า เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2539 ได้มีพันตรีประเสริฐ ฝั่งชลจิตร ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน ข - 0575 นครศรีธรรมราช นายวิทยา ศุปการ ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน ผ - 2819 สงขลา ได้มาพบพนักงานสอบสวนผู้แจ้งเพื่อเจรจาค่าเสียหาย ปรากฏว่าตกลงกันได้ คือ 1. พันตรีประเสริฐและนายเสถียรได้เรียกร้องให้นายวิทยาซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม (ปรากฏตามบันทึกตรวจสภาพรถของพนักงานสอบสวน) 2. นายวิทยาตกลงตามข้อเสนอของนายประเสริฐและนายเสถียรทุกประการโดยได้นำรถไปซ่อมตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2539 แล้ว จากข้อความดังกล่าว เห็นว่า เป็นเพียงเอกสารที่พันตรีประเสริฐ โจทก์ที่ 2 ตกลงให้นายวิทยาจำเลยที่ 1 นำรถยนต์คันที่เสียหายไปซ่อมให้อยู่ในสภาพตามเดิมโดยมีแต่รายการความเสียหายของรถตามบันทึกการตรวจสภาพรถของพนักงานสอบสวน เอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความระบุถึงค่าเสียหายที่โจทก์ที่ 2 พึงได้รับจากการที่จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 2 ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย รวมทั้งมิได้ระบุถึงค่าเสียหายอื่นๆ ที่โจทก์ทั้งสองพึงได้รับชดใช้จากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เช่น ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์ที่ถูกกระทำละเมิด ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถตามปกติของรถคันที่ถูกกระทำละเมิดของโจทก์ทั้งสอง นอกจากนี้เอกสารดังกล่าวไม่ปรากฏข้อความให้เห็นด้วยว่าคู่กรณีตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นโดยยอมสละข้อเรียกร้องอื่นทั้งสิ้น หรือข้อความที่ว่าโจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์จะฟ้องร้องจำเลยทั้งสองทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป บันทึกรายงานประจำวันดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ มูลหนี้ละเมิดระหว่างโจทก์ที่ 2 และจำเลยที่ 1 จึงยังไม่ระงับ จำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2539 อันเป็นวันละเมิดไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองนั้น จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
(จิระวรรณ ศิริบุตร-ประพันธ์ ทรัพย์แสง-จรูญ อินทจาร)
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ