คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2548 ฉบับเต็ม

#271446
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2548 นายดวงเดช คำแก่น กับพวก โจทก์ นายสมพงษ์ ลี้ไพบูลย์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 850 จำเลยที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ทำข้อตกลงในบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี แต่ลักษณะของเอกสารและข้อความเป็นการแสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับผิดทางอาญาว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 จริง โดยระบุความเสียหายที่ยินดีจะซ่อมแซมรถยนต์ของจำเลยที่ 2 เพื่อเป็นเหตุบรรเทาโทษในการที่พนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับต่อไปเท่านั้น รวมทั้งความยินยอมของจำเลยที่ 1 ที่จะซ่อมแซมรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ก็ไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่แน่นอนเกี่ยวกับจำนวนเงินที่ต้องชำระและวิธีการชำระตลอดจนระยะเวลาที่แน่นอน อันจะทำให้ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ ต่อกันอีก รวมทั้งยังไม่ชัดแจ้งว่าโจทก์ที่ 2 กับจำเลยที่ 1 ตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้องทั้งสิ้นแต่อย่างใดไม่ ข้อตกลงรายงานประจำวันดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถกระบะไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเฉี่ยวชนกับรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ที่โจทก์ 2 ขับ ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าเป็นฝ่ายประมาท ตกลงจะซ่อมรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ให้อยู่ในสภาพปกติและยอมให้พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบปรับ แต่จำเลยที่ 1 ไม่จัดการซ่อมแซมรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ให้ตามข้อตกลง โจทก์ทั้งสองจึงนำรถไปซ่อมเสียค่าซ่อมเป็นเงิน 29,331 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 29,331 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า การที่จำเลยที่ 1 ตกลงซ่อมรถให้โจทก์ที่ 2 ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เป็นการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันทำให้มูลหนี้ละเมิดระงับไป โจทก์ทั้งสองไม่อาจนำเอามูลหนี้ละเมิดมาฟ้องได้อีก ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่ารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ ปรากฏข้อตกลงในเอกสารฉบับดังกล่าวว่า บัดนี้คู่กรณีมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อบันทึกเกี่ยวกับค่าเสียหาย ข้อ 1 นายสมพงษ์ยินยอมซ่อมแซมรถยนต์เก๋งทะเบียน ข - 1158 เชียงราย ของนางเกศราให้อยู่ในสภาพปกติโดยจะเปลี่ยนประตูหน้าและประตูหลังขวา กระจกมองข้างขวารวมทั้งคิ้วด้านขวา ส่วนที่เหลือหากซ่อมแซมได้จะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ ข้อ 2. นางเกศราได้รับทราบข้อเสนอของนายสมพงษ์แล้วยินยอมในข้อเสนอทุกประการ เห็นว่า ในประการแรก ลักษณะของเอกสารตลอดจนข้อความในเอกสารดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับผิดในทางอาญาว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 จริง โดยระบุรายละเอียดของความเสียหายที่ยินยอมซ่อมแซมให้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นเหตุบรรเทาโทษในการที่พนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับต่อไปเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากข้อความในเอกสารฉบับดังกล่าวต่อไปว่า ร้อยตำรวจเอกมานพ ขัดชา ร้อยเวรได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสมพงษ์ทราบว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหาย นายสมพงษ์ได้ให้การรับสารภาพโดยตลอดข้อกล่าวหาและยินยอมให้ทำการเปรียบเทียบปรับ นางเกศรายินยอมให้เปรียบเทียบปรับ จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับนายสมพงษ์เป็นเงินจำนวน 400 บาท ประการต่อมาความยินยอมของจำเลยที่ 1 ข้างต้นไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่แน่นอนเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะต้องชำระและวิธีการชำระตลอดจนระยะเวลาที่แน่นอน อันจะทำให้ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ ต่อกันอีก ทั้งนี้เพราะยังมีข้อความว่า ส่วนที่เหลือหากซ่อมแซมได้จะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ รวมอยู่อีกส่วนหนึ่งด้วย นอกจากนี้แล้วประการสำคัญก็คือข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ชัดแจ้งว่าโจทก์ที่ 2 กับจำเลยที่ 1 ตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้องอื่นทั้งสิ้นแต่อย่างใดไม่ ข้อตกลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีจึงมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271446
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082031987"
    }
}
date
2548
deka_no
2842/2548
deka_running_no
2842
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 850"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายดวงเดช คำแก่น กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมพงษ์ ลี้ไพบูลย์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถกระบะไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเฉี่ยวชนกับรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ที่โจทก์ 2 ขับ ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าเป็นฝ่ายประมาท ตกลงจะซ่อมรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ให้อยู่ในสภาพปกติและยอมให้พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบปรับ แต่จำเลยที่ 1 ไม่จัดการซ่อมแซมรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ให้ตามข้อตกลง โจทก์ทั้งสองจึงนำรถไปซ่อมเสียค่าซ่อมเป็นเงิน 29,331 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 29,331 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 ให้การว่า การที่จำเลยที่ 1 ตกลงซ่อมรถให้โจทก์ที่ 2 ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี เป็นการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันทำให้มูลหนี้ละเมิดระงับไป โจทก์ทั้งสองไม่อาจนำเอามูลหนี้ละเมิดมาฟ้องได้อีก ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสอง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่ารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ ปรากฏข้อตกลงในเอกสารฉบับดังกล่าวว่า บัดนี้คู่กรณีมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อบันทึกเกี่ยวกับค่าเสียหาย ข้อ 1 นายสมพงษ์ยินยอมซ่อมแซมรถยนต์เก๋งทะเบียน ข - 1158 เชียงราย ของนางเกศราให้อยู่ในสภาพปกติโดยจะเปลี่ยนประตูหน้าและประตูหลังขวา กระจกมองข้างขวารวมทั้งคิ้วด้านขวา ส่วนที่เหลือหากซ่อมแซมได้จะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ ข้อ 2. นางเกศราได้รับทราบข้อเสนอของนายสมพงษ์แล้วยินยอมในข้อเสนอทุกประการ เห็นว่า ในประการแรก ลักษณะของเอกสารตลอดจนข้อความในเอกสารดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับผิดในทางอาญาว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 จริง โดยระบุรายละเอียดของความเสียหายที่ยินยอมซ่อมแซมให้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นเหตุบรรเทาโทษในการที่พนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบปรับต่อไปเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากข้อความในเอกสารฉบับดังกล่าวต่อไปว่า ร้อยตำรวจเอกมานพ ขัดชา ร้อยเวรได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสมพงษ์ทราบว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหาย นายสมพงษ์ได้ให้การรับสารภาพโดยตลอดข้อกล่าวหาและยินยอมให้ทำการเปรียบเทียบปรับ นางเกศรายินยอมให้เปรียบเทียบปรับ จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับนายสมพงษ์เป็นเงินจำนวน 400 บาท ประการต่อมาความยินยอมของจำเลยที่ 1 ข้างต้นไม่มีรายละเอียดหรือข้อตกลงที่แน่นอนเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะต้องชำระและวิธีการชำระตลอดจนระยะเวลาที่แน่นอน อันจะทำให้ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ ต่อกันอีก ทั้งนี้เพราะยังมีข้อความว่า ส่วนที่เหลือหากซ่อมแซมได้จะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ รวมอยู่อีกส่วนหนึ่งด้วย นอกจากนี้แล้วประการสำคัญก็คือข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ชัดแจ้งว่าโจทก์ที่ 2 กับจำเลยที่ 1 ตกลงระงับข้อพิพาทโดยยอมสละข้อเรียกร้องอื่นทั้งสิ้นแต่อย่างใดไม่ ข้อตกลงในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีจึงมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000823.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548