คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2548 ฉบับเต็ม

#271527
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2548 นางรัชนก ศศิภักดี โจทก์ นายอนุสรณ์ ศรียานงค์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 147, มาตรา 231, มาตรา 249 จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับเฉพาะอุทธรณ์คำสั่ง เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาย่อมมีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นอันถึงที่สุด เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งโดยพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น กรณีจึงไม่มีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ปัญหาเรื่องการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ตามฎีกาของจำเลยจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอีกต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท พร้อมส่งมอบการครอบครองแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและให้จำเลยชำระค่าเสียหายอัตราเดือนละ 10,000 บาท นับแต่เดือนกรกฎาคม 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์คำสั่ง ส่วนอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า จำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมด และสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้วจึงไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งพร้อมกับอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์คำสั่ง ส่วนอุทธรณ์คำพิพากษามีคำสั่งไม่รับ จำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ย่อมมีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นอันถึงที่สุด ส่วนอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งนั้นศาลอุทธรณ์พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วโดยพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น เมื่อไม่มีคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ปัญหาเรื่องการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ตามฎีกาของจำเลยจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอีกต่อไป ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย" จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา (มนตรี ยอดปัญญา-ชวลิต ตุลยสิงห์-ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271527
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082031666"
    }
}
date
2548
deka_no
3052/2548
deka_running_no
3052
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 147",
            "ม. 231",
            "ม. 249"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางรัชนก ศศิภักดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอนุสรณ์ ศรียานงค์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท พร้อมส่งมอบการครอบครองแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและให้จำเลยชำระค่าเสียหายอัตราเดือนละ 10,000 บาท นับแต่เดือนกรกฎาคม 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินของโจทก์

จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์คำสั่ง ส่วนอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า จำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมด และสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้วจึงไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งพร้อมกับอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์คำสั่ง ส่วนอุทธรณ์คำพิพากษามีคำสั่งไม่รับ จำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ย่อมมีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นอันถึงที่สุด ส่วนอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งนั้นศาลอุทธรณ์พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วโดยพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น เมื่อไม่มีคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ปัญหาเรื่องการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ตามฎีกาของจำเลยจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอีกต่อไป ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย"

จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000820.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548