คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3569/2548 ฉบับเต็ม

#271606
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3569/2548 นางแคลนหรือแคน แสงแก้วหรือฤทธิ์ม่วง โจทก์ นายก่ำ ฤทธิ์ม่วง จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1300, มาตรา 1629 (2) เมื่อ ด. ถึงแก่ความตาย ที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกแก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาของ ด. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (2) ร. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ด. ตามคำสั่งศาลย่อมมีหน้าที่โอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ การที่ ร. จดทะเบียนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยในราคาเพียง 45,000 บาท ทั้ง ๆ ที่ที่ดินพิพาทกับที่ดินอีก 1 แปลง มีราคาถึง 70,000 บาท จึงเป็นราคาต่ำมากไม่น่าเชื่อว่าจะซื้อขายกันจริง และที่จำเลยนำสืบอ้างว่าเบิกเงินจากธนาคารจำนวน 30,000 บาท มาชำระค่าซื้อที่ดินพิพาทนั้นก็ไม่มีหลักฐานการเบิกเงินจากธนาคารมาแสดง ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่า โจทก์จำเลยเป็นบุตรของ ร. ร่วมบิดาเดียวกัน จำเลยย่อมทราบว่า ด. เป็นบุตรโจทก์ จึงเชื่อว่าจำเลยและ ร. กระทำการโอนที่ดินพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทนและโดยไม่สุจริต โจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายจึงมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินพิพาทระหว่าง ร. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ด. กับจำเลยได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1300 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างนางรวม พัดเถื่อนหรือฤทธิ์ม่วง ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง ผู้ตาย กับจำเลย และเพิกถอนคำสั่งของศาลที่ตั้งนางรวม พัดเถื่อนหรือฤทธิ์ม่วง เป็นผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง ผู้ตาย จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 7332 ตำบลคณฑี อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างนางรวม พัดเถื่อนหรือฤทธิ์ม่วง ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง กับจำเลย ให้เพิกถอนคำสั่งของศาลที่ตั้งนางรวม พัดเถื่อนหรือฤทธิ์ม่วง เป็นผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง ผู้ตาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โดยเป็นบุตรของนายชั้วและนางรวม ฤทธิ์ม่วง มีพี่น้องรวม 5 คน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายแดงเป็นบุตรของโจทก์ ที่ดินพิพาทโฉนเลขที่ 7332 ตำบลคณฑี อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เดิมมีชื่อนายแดงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่านายแดงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 จำเลยและนางมา คงเถื่อน เบิกความเป็นพยานจำเลยว่าที่ดินพิพาทเป็นของนางรวม โดยนางรวมซื้อจากนายเชิงกับนางมา คงเถื่อน แต่นางรวมขอให้ใส่ชื่อนางแดงเป็นผู้รับโอนตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินเอกสารหมาย ล.3 หนังสือสัญญาให้ที่ดินเอกสารหมาย ล.3 ระบุชื่อนายแดงเป็นผู้รับให้ ฉะนั้น พยานบุคคลของจำเลยที่นำสืบว่านายแดงเป็นผู้รับให้แทนนางรวมจึงเป็นการขัดแย้งกับข้อความในเอกสารหมาย ล.3 โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง พยานหลักฐานของจำเลยไม่สามารถฟังหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวได้ ที่ดินพิพาทกับที่ดินตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินเอกสารหมาย ล.3 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายแดง เมื่อนายแดงถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกแก่โจทก์ ซึ่งเป็นมารดาของนายแดงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (2) นางรวมในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดงตามคำสั่งศาลมีหน้าที่โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ แต่นางรวมในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดงกลับจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลย โดยจำเลยนำสืบอ้างว่าเบิกเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 30,000 บาท มาชำระค่าซื้อที่ดินพิพาท แต่ก็ไม่มีหลักฐานการเบิกเงินจากธนาคารมาแสดง ที่ดินพิพาทกับที่ดินอีก 1 แปลง มีราคาถึง 70,000 บาท แต่กลับตกลงขายเพียง 45,000 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำมากไม่น่าเชื่อว่าจะซื้อขายกันจริง เมื่อฟังประกอบข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์จำเลยเป็นบุตรของนางรวมร่วมบิดาเดียวกัน จำเลยย่อมทราบว่านายแดงเป็นบุตรโจทก์ และนางรวมเป็นผู้จัดการมรดกนายแดง ดังนี้เชื่อว่าจำเลยและนางรวมกระทำการโอนที่ดินพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทนและโดยไม่สุจริต โจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายจึงมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินพิพาทระหว่างนางรวมในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดงกับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทเลขที่ 7332 ตำบลคณฑี อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างนางรวม ฤทธิ์ม่วงหรือพัดเถื่อน ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง กับจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 (ธาดา กษิตินนท์-องอาจ โรจนสุพจน์-พีรพล พิชยวัฒน์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271606
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082031325"
    }
}
date
2548
deka_no
3569/2548
deka_running_no
3569
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "พีรพล พิชยวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1300",
            "ม. 1629 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางแคลนหรือแคน แสงแก้วหรือฤทธิ์ม่วง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายก่ำ ฤทธิ์ม่วง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างนางรวม พัดเถื่อนหรือฤทธิ์ม่วง ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง ผู้ตาย กับจำเลย และเพิกถอนคำสั่งของศาลที่ตั้งนางรวม พัดเถื่อนหรือฤทธิ์ม่วง เป็นผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง ผู้ตาย

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 7332 ตำบลคณฑี อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างนางรวม พัดเถื่อนหรือฤทธิ์ม่วง ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง กับจำเลย ให้เพิกถอนคำสั่งของศาลที่ตั้งนางรวม พัดเถื่อนหรือฤทธิ์ม่วง เป็นผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง ผู้ตาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โดยเป็นบุตรของนายชั้วและนางรวม ฤทธิ์ม่วง มีพี่น้องรวม 5 คน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายแดงเป็นบุตรของโจทก์ ที่ดินพิพาทโฉนเลขที่ 7332 ตำบลคณฑี อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เดิมมีชื่อนายแดงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่านายแดงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 จำเลยและนางมา คงเถื่อน เบิกความเป็นพยานจำเลยว่าที่ดินพิพาทเป็นของนางรวม โดยนางรวมซื้อจากนายเชิงกับนางมา คงเถื่อน แต่นางรวมขอให้ใส่ชื่อนางแดงเป็นผู้รับโอนตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินเอกสารหมาย ล.3 หนังสือสัญญาให้ที่ดินเอกสารหมาย ล.3 ระบุชื่อนายแดงเป็นผู้รับให้ ฉะนั้น พยานบุคคลของจำเลยที่นำสืบว่านายแดงเป็นผู้รับให้แทนนางรวมจึงเป็นการขัดแย้งกับข้อความในเอกสารหมาย ล.3 โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง พยานหลักฐานของจำเลยไม่สามารถฟังหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าวได้ ที่ดินพิพาทกับที่ดินตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินเอกสารหมาย ล.3 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายแดง เมื่อนายแดงถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกแก่โจทก์ ซึ่งเป็นมารดาของนายแดงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (2) นางรวมในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดงตามคำสั่งศาลมีหน้าที่โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ แต่นางรวมในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดงกลับจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลย โดยจำเลยนำสืบอ้างว่าเบิกเงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 30,000 บาท มาชำระค่าซื้อที่ดินพิพาท แต่ก็ไม่มีหลักฐานการเบิกเงินจากธนาคารมาแสดง ที่ดินพิพาทกับที่ดินอีก 1 แปลง มีราคาถึง 70,000 บาท แต่กลับตกลงขายเพียง 45,000 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำมากไม่น่าเชื่อว่าจะซื้อขายกันจริง เมื่อฟังประกอบข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์จำเลยเป็นบุตรของนางรวมร่วมบิดาเดียวกัน จำเลยย่อมทราบว่านายแดงเป็นบุตรโจทก์ และนางรวมเป็นผู้จัดการมรดกนายแดง ดังนี้เชื่อว่าจำเลยและนางรวมกระทำการโอนที่ดินพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทนและโดยไม่สุจริต โจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายจึงมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมขายที่ดินพิพาทระหว่างนางรวมในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดงกับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทเลขที่ 7332 ตำบลคณฑี อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างนางรวม ฤทธิ์ม่วงหรือพัดเถื่อน ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายแดง ฤทธิ์ม่วง กับจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000817.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548