คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 88/2548 ฉบับเต็ม

#271787
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 88/2548 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด โจทก์ บริษัทสยามนิสสันราชบุรี จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1), มาตรา 247 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนโจทก์มาวางศาลภายใน 15 วันนับแต่วันรับหมายนั้น เป็นคำสั่งที่ศาลชั้นต้นปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 หากจำเลยเห็นว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จำเลยชอบที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก่อน แล้วใช้สิทธิโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้เพื่อการใช้สิทธิฎีกาในภายหลังเมื่อได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้ว การที่จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในทันทีในขณะที่ยังถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1) ประกอบด้วยมาตรา 247 ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งห้าไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งห้าออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ โดยโจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ทั้งสองแปลงดังกล่าว จำเลยที่ 3 ที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง จำเลยที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยที่ 3 และที่ 4 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ตามคำสั่งศาลชั้นต้นมาวางศาลก่อน ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 นำค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันรับหมาย มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นมาวางศาลภายใน 15 วันนับแต่วันรับหมายนั้น เป็นคำสั่งที่ศาลชั้นต้นปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2547 จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 หากจำเลยที่ 3 และที่ 4 เห็นว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จำเลยที่ 3 และที่ 4 ชอบที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก่อนแล้วใช้สิทธิโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้เพื่อการใช้สิทธิฎีกาในภายหลังเมื่อได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้วการที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในทันทีในขณะที่ยังถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เช่นนี้ จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบด้วย มาตรา 247 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงชอบแล้วให้ยกคำร้อง" (พิชิต คำแฝง-สุรภพ ปัทมะสุคนธ์-เฉลิมชัย จารุไพบูลย์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271787
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035754"
    }
}
date
2548
deka_no
88/2548
deka_running_no
88
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "พิชิต คำแฝง",
    "สุรภพ ปัทมะสุคนธ์",
    "เฉลิมชัย จารุไพบูลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 226 (1)",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสยามนิสสันราชบุรี จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งห้าไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งห้าออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ โดยโจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ทั้งสองแปลงดังกล่าว

จำเลยที่ 3 ที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง

จำเลยที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ส่งสำนวนคืนไปให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยที่ 3 และที่ 4 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ตามคำสั่งศาลชั้นต้นมาวางศาลก่อน

ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 นำค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันรับหมาย มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์

จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ

จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา

ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นมาวางศาลภายใน 15 วันนับแต่วันรับหมายนั้น เป็นคำสั่งที่ศาลชั้นต้นปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2547 จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 หากจำเลยที่ 3 และที่ 4 เห็นว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร จำเลยที่ 3 และที่ 4 ชอบที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก่อนแล้วใช้สิทธิโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้เพื่อการใช้สิทธิฎีกาในภายหลังเมื่อได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้วการที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในทันทีในขณะที่ยังถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เช่นนี้ จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) ประกอบด้วย มาตรา 247 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงชอบแล้วให้ยกคำร้อง"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000857.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548