คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2548 ฉบับเต็ม

#271792
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2548 บริษัท ซี. บี. คอมเมอร์เชียล จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแหลมฉบัง มอเตอร์เซลส์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 15 จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ระหว่างพิจารณาโจทก์และจำเลยที่ 2 แถลงรับกันว่าจำเลยที่ 2 ยินยอมผ่อนชำระหนี้จนกว่าจะครบ แต่ประสบปัญหาการเงิน จึงผ่อนชำระหนี้เพียงบางส่วน ข้อตกลงตามฎีกามิใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความแต่เป็นกรณีต้องผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงจนครบถ้วนจึงจะถือว่าคดีอาญาระงับจึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (ที่ถูกมาตรา 4 (1)) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 3,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 3 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,500 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 1 เดือน 15 วัน หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 2 ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ตกลงชำระหนี้ตามเช็คให้โจทก์เดือนละ 10,000 บาท ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ประกอบกับจำเลยที่ 2 นำที่ดินเสนอขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน หากได้รับอนุมัติ จำเลยที่ 2 จะชำระหนี้ส่วนที่เหลือให้โจทก์ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาไว้พิจารณาต่อไป ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ระหว่างพิจารณาโจทก์และจำเลยที่ 2 แถลงรับกันว่า จำเลยที่ 2 ยินยอมผ่อนชำระหนี้จนกว่าจะครบแต่ประสบปัญหาการเงิน จึงผ่อนชำระหนี้เพียงบางส่วน ข้อตกลงในการชำระหนี้ดังกล่าวทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวมิใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่เป็นกรณีต้องผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงจนครบถ้วนจึงจะถือว่าคดีอาญาระงับ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง" (มงคล ทับเที่ยง-พินิจ บุญชัด-รัตน กองแก้ว) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271792
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034942"
    }
}
date
2548
deka_no
718/2548
deka_running_no
718
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "พินิจ บุญชัด",
    "รัตน กองแก้ว"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ซี. บี. คอมเมอร์เชียล จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดแหลมฉบัง มอเตอร์เซลส์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (ที่ถูกมาตรา 4 (1)) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 3,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 3 เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,500 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 1 เดือน 15 วัน หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 2 ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ตกลงชำระหนี้ตามเช็คให้โจทก์เดือนละ 10,000 บาท ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา ประกอบกับจำเลยที่ 2 นำที่ดินเสนอขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน หากได้รับอนุมัติ จำเลยที่ 2 จะชำระหนี้ส่วนที่เหลือให้โจทก์ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาไว้พิจารณาต่อไป

ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ระหว่างพิจารณาโจทก์และจำเลยที่ 2 แถลงรับกันว่า จำเลยที่ 2 ยินยอมผ่อนชำระหนี้จนกว่าจะครบแต่ประสบปัญหาการเงิน จึงผ่อนชำระหนี้เพียงบางส่วน ข้อตกลงในการชำระหนี้ดังกล่าวทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวมิใช่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่เป็นกรณีต้องผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงจนครบถ้วนจึงจะถือว่าคดีอาญาระงับ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000850.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548