คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3926/2548 ฉบับเต็ม

#271824
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3926/2548 นายสมชาย โชคช่วยอำนวย โจทก์ บริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 850 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 9 บันทึกระหว่างโจทก์จำเลย เพียงแต่ระบุว่าจำเลยไม่ได้จ่ายเงินค่าจ้างที่จำเลยหักไว้หรือค่าจ้างค้างชำระจำนวน 126,000 บาท ให้โจทก์แล้ว และโจทก์ได้ชำระค่าซื้อรถจำนวน 27,984 บาท ให้จำเลยแล้วเท่านั้น มิได้มีข้อความกล่าวถึงการระงับข้อพิพาทในเรื่องค่าจ้างค้างชำระระหว่างโจทก์จำเลยแต่อย่างใด ทั้งไม่อาจแปลข้อความให้เป็นเช่นนั้นได้ บันทึกดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างค้างชำระ ไม่มีผลทำให้สิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยในเงินค่าจ้างค้างชำระของโจทก์ระงับสิ้นไป ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง 144,525 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในเงินต้น 126,000 บาท และค่าทำงานในวันหยุด 48,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า หลังจากโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ในระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง และจำเลยยังไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง โจทก์และจำเลยได้ตกลงยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกันทั้งหมด โดยจำเลยยอมจ่ายเงินค่าจ้างคืนให้โจทก์ 126,000 บาท ซึ่งโจทก์ได้รับไปเรียบร้อยแล้ว และไม่ติดใจเรียกร้องใดๆ ต่อไปอีกเป็นการประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยจ่ายค่าดอกเบี้ยของเงินค่าจ้างที่จำเลยหักไว้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทำงานในวันหยุด 48,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2546 ซึ่งเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีของเงินค่าจ้างค้างชำระแต่ละเดือนรวม 126,000 บาท นับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้อง แต่ต้องไม่เกิน 18,525 บาท ตามที่โจทก์ขอ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยของเงินค่าจ้างค้างชำระซึ่งศาลแรงงานกลางให้รับไว้พิจารณาประการเดียวว่า บันทึกเอกสารหมาย ล.2 และ ล.3 ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทในเรื่องค่าจ้างชำระหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 บัญญัติว่า อันว่าสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นคือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้กันและกัน บันทึกเอกสารหมาย ล.2 มีข้อความว่า ข้าพเจ้านายสมชาย โชคช่วยอำนวย (โจทก์) ได้รับเงินจากบริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด (จำเลย) จำนวน 126,000 บาท เป็นเงินค่าที่บริษัทฯ หักจากเงินเดือนและเงินพักร้อน ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวข้างต้นให้แก่ข้าพเจ้าถูกต้องเรียบร้อย โดยได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ส่วนบันทึกเอกสารหมาย ล.3 มีข้อความว่า ข้าพเจ้านายสมชาย โชคช่วยอำนวย ได้เงินจำนวน 27,984 บาท มาชำระในการซื้อรถให้กับบริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เห็นได้ว่าบันทึกดังกล่าวเพียงแต่ระบุว่าจำเลยได้จ่ายเงินค่าจ้างที่จำเลยหักไว้หรือค่าจ้างค้างชำระจำนวน 126,000 บาท ให้โจทก์แล้ว และโจทก์ได้ชำระค่าซื้อรถจำนวน 27,984 บาท ให้จำเลยแล้วเท่านั้น มิได้มีข้อความกล่าวถึงการระงับข้อพิพาทในเรื่องค่าจ้างค้างชำระระหว่างโจทก์จำเลยแต่อย่างใดทั้งไม่อาจแปลข้อความในบันทึกดังกล่าวให้เป็นเช่นนั้นได้ บันทึกเอกสารหมาย ล.2 และ ล.3 จึงไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างค้างชำระไม่มีผลทำให้สิทธิเรียกร้องดอกเบี้ย ในเงินค่าจ้างค้างชำระของโจทก์ระงับสิ้นไป ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (จรัส พวงมณี-ชวลิต ยอดเณร-พิทยา บุญชู) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271824
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082030912"
    }
}
date
2548
deka_no
3926/2548
deka_running_no
3926
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "พิทยา บุญชู"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 850"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมชาย โชคช่วยอำนวย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง 144,525 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในเงินต้น 126,000 บาท และค่าทำงานในวันหยุด 48,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราเดียว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า หลังจากโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ในระหว่างการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง และจำเลยยังไม่ทราบว่าถูกโจทก์ฟ้อง โจทก์และจำเลยได้ตกลงยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกันทั้งหมด โดยจำเลยยอมจ่ายเงินค่าจ้างคืนให้โจทก์ 126,000 บาท ซึ่งโจทก์ได้รับไปเรียบร้อยแล้ว และไม่ติดใจเรียกร้องใดๆ ต่อไปอีกเป็นการประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยจ่ายค่าดอกเบี้ยของเงินค่าจ้างที่จำเลยหักไว้ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทำงานในวันหยุด 48,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2546 ซึ่งเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีของเงินค่าจ้างค้างชำระแต่ละเดือนรวม 126,000 บาท นับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้อง แต่ต้องไม่เกิน 18,525 บาท ตามที่โจทก์ขอ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยของเงินค่าจ้างค้างชำระซึ่งศาลแรงงานกลางให้รับไว้พิจารณาประการเดียวว่า บันทึกเอกสารหมาย ล.2 และ ล.3 ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทในเรื่องค่าจ้างชำระหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 บัญญัติว่า อันว่าสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นคือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้กันและกัน บันทึกเอกสารหมาย ล.2 มีข้อความว่า ข้าพเจ้านายสมชาย โชคช่วยอำนวย (โจทก์) ได้รับเงินจากบริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด (จำเลย) จำนวน 126,000 บาท เป็นเงินค่าที่บริษัทฯ หักจากเงินเดือนและเงินพักร้อน ซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวข้างต้นให้แก่ข้าพเจ้าถูกต้องเรียบร้อย โดยได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ส่วนบันทึกเอกสารหมาย ล.3 มีข้อความว่า ข้าพเจ้านายสมชาย โชคช่วยอำนวย ได้เงินจำนวน 27,984 บาท มาชำระในการซื้อรถให้กับบริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เห็นได้ว่าบันทึกดังกล่าวเพียงแต่ระบุว่าจำเลยได้จ่ายเงินค่าจ้างที่จำเลยหักไว้หรือค่าจ้างค้างชำระจำนวน 126,000 บาท ให้โจทก์แล้ว และโจทก์ได้ชำระค่าซื้อรถจำนวน 27,984 บาท ให้จำเลยแล้วเท่านั้น มิได้มีข้อความกล่าวถึงการระงับข้อพิพาทในเรื่องค่าจ้างค้างชำระระหว่างโจทก์จำเลยแต่อย่างใดทั้งไม่อาจแปลข้อความในบันทึกดังกล่าวให้เป็นเช่นนั้นได้ บันทึกเอกสารหมาย ล.2 และ ล.3 จึงไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความระงับข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างค้างชำระไม่มีผลทำให้สิทธิเรียกร้องดอกเบี้ย ในเงินค่าจ้างค้างชำระของโจทก์ระงับสิ้นไป ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000813.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548