คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4961/2548 ฉบับเต็ม

#271941
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4961/2548 บริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพูลสิริ คอนกรีตอัดแรง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) การที่ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาคดีว่า ทนายคู่ความได้แถลงร่วมกันว่ามีความประสงค์จะประนีประนอมข้อพิพาท โดยทนายโจทก์และทนายจำเลยทั้งสี่จะได้แจ้งตัวความให้กำหนดผู้มีอำนาจตัดสินใจเป็นผู้ร่วมเจรจากันเพื่อหาข้อยุติให้ทันก่อนวันนัดหน้า หากยังไม่ได้ข้อยุติทนายโจทก์ก็จะติดต่อนัดหมายผู้มีอำนาจตัดสินใจซึ่งเป็นผู้เจรจาฝ่ายโจทก์มาศาลด้วยตนเองเพื่อแถลงรายละเอียดให้ศาลทราบ มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องนั้น เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลยแม้ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลก็ตาม แต่ทนายโจทก์ก็ได้แถลงให้ศาลทราบแล้วถึงเหตุที่ผู้ถึงอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลก็เพราะผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ได้พิจารณาข้อเสนอของฝ่ายจำเลยที่ขอชำระหนี้แล้ว ไม่อาจตกลงกันได้จึงขอไม่มาศาล เมื่อคดีไม่สามารถตกลงกันได้ การที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลเพื่อแถลงรายละเอียดให้ศาลทราบด้วยตนเองตามที่ทนายโจทก์แถลงไว้ ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดอันจะถือได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,203,055.11 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเบี้ยปรับแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีต่อมาหลังศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์เสร็จ ในวันนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2543 ทนายคู่ความแถลงร่วมกันว่ามีความประสงค์จะประนีประนอมข้อพิพาท โดยทนายโจทก์และทนายจำเลยทั้งสี่จะติดต่อแจ้งตัวความให้กำหนดบุคคลผู้มีอำนาจตัดสิ้นใจเป็นผู้ร่วมเจรจากันเพื่อหาข้อยุติให้ทันก่อนวันนัดหน้า หากยังไม่ได้ข้อยุติทนายโจทก์แถลงจะติดต่อนัดหมายผู้มีอำนาจตัดสินใจซึ่งเป็นผู้เจรจาฝ่ายโจทก์มาศาลด้วยตนเองเพื่อแถลงรายละเอียดให้ศาลทราบ มิฉะนั้นให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลชั้นต้นให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 6 มีนาคม 2544 ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลยที่เลื่อนมา ทนายโจทก์แถลงว่าได้รับแจ้งจากผู้มีอำนาจตัดสินใจซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเจรจาว่า ฝ่ายจำเลยเสนอขอชำระหนี้ 600,000 บาท ผ่อนชำระเป็นรายเดือนให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 48 เดือน ซึ่งเห็นว่าไม่อาจตกลงกันได้ จึงไม่ขอมาศาล และคู่ความแถลงร่วมกันว่าคดียังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยผู้มีอำนาจตัดสินใจของโจทก์ไม่เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของจำเลยทั้งสี่ และไม่ว่ากรณีจะเป็นเช่นไรยังต้องเสนอกรรมการผู้จัดการใหญ่ของโจทก์พิจารณาอีกครั้ง จึงขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อการดังกล่าวโดยทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว จึงต้อถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามคำแถลงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ โดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตั้งแต่ชั้นสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาคดีต่อไป จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่ทนายโจทก์แถลงว่าหากการเจรจาประนีประนอมยอมความกันไม่ได้ ทนายโจทก์ก็จะติดต่อนัดหมายให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์มาศาลด้วยตนเองเพื่อแถลงรายละเอียดให้ศาลทราบ มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลยแม้ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลก็ตาม แต่ทนายโจทก์ก็ได้แถลงให้ศาลทราบแล้วถึงเหตุที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลก็เพราะผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ได้พิจารณาข้อเสนอของฝ่ายจำเลยที่ขอชำระหนี้เพียง 600,000 บาท โดยขอผ่อนชำระเป็นรายเดือนให้เสร็จสิ้นภายใน 48 เดือน แล้วไม่อาจตกลงกันได้ จึงไม่ขอมาศาล เมื่อคดีไม่สามารถตกลงกันได้ การที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลเพื่อแถลงรายละเอียดให้ศาลทราบด้วยตนเองตามที่ทนายโจทก์แถลงไว้ในนัดที่แล้วก็ตาม แต่ทนายโจทก์แถลงรายละเอียดการเจรจาที่ไม่สามารถตกลงกันได้ให้ศาลทราบแล้ว ซึ่งหากผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์มาศาลก็คงแถลงดังที่ทนายโจทก์แถลง เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็คงต้องสืบพยานจำเลยต่อไป ซึ่งทนายโจทก์มาศาลแล้ว ศาลสามารถสืบพยานจำเลยต่อไปได้ ดังนั้น จึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนด อันจะถือได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง" พิพากษายืน (ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-วิเชียร มงคล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
271941
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082029832"
    }
}
date
2548
deka_no
4961/2548
deka_running_no
4961
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "วิเชียร มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดพูลสิริ คอนกรีตอัดแรง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,203,055.11 บาท พร้อมดอกเบี้ย และเบี้ยปรับแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีต่อมาหลังศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์เสร็จ ในวันนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2543 ทนายคู่ความแถลงร่วมกันว่ามีความประสงค์จะประนีประนอมข้อพิพาท โดยทนายโจทก์และทนายจำเลยทั้งสี่จะติดต่อแจ้งตัวความให้กำหนดบุคคลผู้มีอำนาจตัดสิ้นใจเป็นผู้ร่วมเจรจากันเพื่อหาข้อยุติให้ทันก่อนวันนัดหน้า หากยังไม่ได้ข้อยุติทนายโจทก์แถลงจะติดต่อนัดหมายผู้มีอำนาจตัดสินใจซึ่งเป็นผู้เจรจาฝ่ายโจทก์มาศาลด้วยตนเองเพื่อแถลงรายละเอียดให้ศาลทราบ มิฉะนั้นให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลชั้นต้นให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 6 มีนาคม 2544 ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลยที่เลื่อนมา ทนายโจทก์แถลงว่าได้รับแจ้งจากผู้มีอำนาจตัดสินใจซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเจรจาว่า ฝ่ายจำเลยเสนอขอชำระหนี้ 600,000 บาท ผ่อนชำระเป็นรายเดือนให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 48 เดือน ซึ่งเห็นว่าไม่อาจตกลงกันได้ จึงไม่ขอมาศาล และคู่ความแถลงร่วมกันว่าคดียังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยผู้มีอำนาจตัดสินใจของโจทก์ไม่เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของจำเลยทั้งสี่ และไม่ว่ากรณีจะเป็นเช่นไรยังต้องเสนอกรรมการผู้จัดการใหญ่ของโจทก์พิจารณาอีกครั้ง จึงขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อการดังกล่าวโดยทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว จึงต้อถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามคำแถลงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ โดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตั้งแต่ชั้นสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาคดีต่อไป

จำเลยทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่ทนายโจทก์แถลงว่าหากการเจรจาประนีประนอมยอมความกันไม่ได้ ทนายโจทก์ก็จะติดต่อนัดหมายให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์มาศาลด้วยตนเองเพื่อแถลงรายละเอียดให้ศาลทราบ มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลยแม้ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลก็ตาม แต่ทนายโจทก์ก็ได้แถลงให้ศาลทราบแล้วถึงเหตุที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลก็เพราะผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ได้พิจารณาข้อเสนอของฝ่ายจำเลยที่ขอชำระหนี้เพียง 600,000 บาท โดยขอผ่อนชำระเป็นรายเดือนให้เสร็จสิ้นภายใน 48 เดือน แล้วไม่อาจตกลงกันได้ จึงไม่ขอมาศาล เมื่อคดีไม่สามารถตกลงกันได้ การที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์ไม่มาศาลเพื่อแถลงรายละเอียดให้ศาลทราบด้วยตนเองตามที่ทนายโจทก์แถลงไว้ในนัดที่แล้วก็ตาม แต่ทนายโจทก์แถลงรายละเอียดการเจรจาที่ไม่สามารถตกลงกันได้ให้ศาลทราบแล้ว ซึ่งหากผู้มีอำนาจตัดสินใจฝ่ายโจทก์มาศาลก็คงแถลงดังที่ทนายโจทก์แถลง เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็คงต้องสืบพยานจำเลยต่อไป ซึ่งทนายโจทก์มาศาลแล้ว ศาลสามารถสืบพยานจำเลยต่อไปได้ ดังนั้น จึงยังถือไม่ได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนด อันจะถือได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000803.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548