คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5385/2548 ฉบับเต็ม

#272121
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5385/2548 พันตำรวจเอกภาณุ เกิดลาภผล โจทก์ จ่าสืบตรีหญิงกาญจนา ภูชาญ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 87 (1), มาตรา 179 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่าไม่เคยกู้เงินและทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่โจทก์ โดยมิได้ให้การต่อสู่ว่าได้ชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์แล้ว ดังนี้คดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แล้ว แม้จำเลยทั้งสองจะนำพยานหลักฐานเข้าสืบก็เป็นการนำสืบนอกข้อต่อสู้ในคำให้การต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 (1) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้ จำเลยที่ 2 ฐานะผู้ค้ำประกัน ร่วมกันชำระเงินจำนวน 739,588.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 364,482.11 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กู้ยืมโจทก์ และไม่เคยได้รับเงินกู้จำนวน 400,000 บาท จากโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ได้ทำสัญญค้ำประกันกับโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 739,588.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 364,482.11 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 พฤษภาคม 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่ามีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ครบถ้วนตามที่จำเลยทั้งสองได้นำสืบพยานหลักฐานแล้วในชั้นพิจารณานั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้ และจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน ให้ร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่ามิได้กู้ยืมเงินโจทก์ จำเลยที่ 2 ให้การว่ามิได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองมิได้ให้การต่อสู้ว่าได้ชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์แล้ว ดังนี้ คดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แล้ว แม้จำเลยทั้งสองจะนำพยานหลักฐานเข้าสืบก็เป็นการนำสืบนอกข้อต่อสู้ในคำให้การ ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (1) ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับวินิจฉัยจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุรพล เอกโยคยะ-ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272121
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082029313"
    }
}
date
2548
deka_no
5385/2548
deka_running_no
5385
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุรพล เอกโยคยะ",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 87 (1)",
            "ม. 179"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พันตำรวจเอกภาณุ เกิดลาภผล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "จ่าสืบตรีหญิงกาญจนา ภูชาญ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้ จำเลยที่ 2 ฐานะผู้ค้ำประกัน ร่วมกันชำระเงินจำนวน 739,588.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 364,482.11 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กู้ยืมโจทก์ และไม่เคยได้รับเงินกู้จำนวน 400,000 บาท จากโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ได้ทำสัญญค้ำประกันกับโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 739,588.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 364,482.11 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 พฤษภาคม 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่ามีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ครบถ้วนตามที่จำเลยทั้งสองได้นำสืบพยานหลักฐานแล้วในชั้นพิจารณานั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้ และจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน ให้ร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่ามิได้กู้ยืมเงินโจทก์ จำเลยที่ 2 ให้การว่ามิได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองมิได้ให้การต่อสู้ว่าได้ชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์แล้ว ดังนี้ คดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แล้ว แม้จำเลยทั้งสองจะนำพยานหลักฐานเข้าสืบก็เป็นการนำสืบนอกข้อต่อสู้ในคำให้การ ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (1) ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับวินิจฉัยจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000798.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548