คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5754/2548 ฉบับเต็ม

#272266
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5754/2548 นายสมบูรณ์ อารักษ์มงคล ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์วอลล์สตรีท จำกัด (มชาชน) ล้มละลาย ลูกหนี้ บริษัทสามารถคอมมิวนิเคชั่นเซอร์วิส จำกัด เจ้าหนี้ ป.พ.พ. มาตรา 193/14, มาตรา 193/17, มาตรา 193/18, มาตรา 193/26, มาตรา 193/34 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1) สิทธิเรียกร้องค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์อันเป็นสังหาริมทรัพย์อยู่ในบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (6) มีอายุความ 2 ปี ซึ่งจะครบกำหนดอายุความในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543 ปรากฏว่าลูกหนี้ถูกสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ ปรส. เจ้าหนี้จึงยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อ ปรส. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 ถือได้ว่าเจ้าหนี้ได้กระทำการอื่นใดอันมีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดี ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (5) โดยที่เป็นเพียงการกระทำอื่นใดมิใช่เป็นการฟ้องคดี สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้จึงยังไม่ยุติถึงที่สุด เมื่อได้ความว่า ปรส. มีคำสั่งไม่พิจารณาให้เจ้าหนี้ได้รับการเฉลี่ยเงินคืนจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ และได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของเจ้าหนี้เป็นที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 ซึ่งอายุความได้ครบกำหนดไปแล้ว เจ้าหนี้จึงต้องอยู่ในบังคับให้ใช้สิทธิฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ชำระหนี้ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กระบวนพิจารณาของ ปรส. สิ้นสุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง ประกอบมาตรา 193/18 การที่เจ้าหนี้มิได้ฟ้องคดีและยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันที่ 14 มีนาคม 2545 สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ดังกล่าวจึงขาดอายุความ และเมื่อสิทธิเรียกร้องดังกล่าวอันเป็นมูลหนี้ประธานขาดอายุความแล้ว สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีสัญญาเลิกกันก่อนกำหนดตามที่ได้กำหนดไว้อันเป็นส่วนอุปกรณ์จึงขาดอายุความไปด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/26 เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเจ้าหนี้รายที่ 23 และผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีความเห็นว่า ควรมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "สัญญาให้บริการตามเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งเจ้าหนี้ผู้รับจ้างตกลงทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ลูกหนี้ผู้ว่าจ้าง โดยลูกหนี้ตกลงเช่าใช้อุปกรณ์ของเจ้าหนี้ที่ติดตั้งให้ และตกลงรับบริการให้เจ้าหนี้ดูแลรักษาซ่อมแซมอุปกรณ์เป็นเวลา 36 เดือน ในอัตราค่าบริการเดือนละ 2,500 บาท แล้วลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ค่าบริการ เจ้าหนี้จึงขอรับชำระหนี้ค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ของเดือนมกราคม 2541 เป็นเงิน 2,675 บาท ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องขอรับชำระหนี้ค่าบริการเช่าอุปกรณ์อันเป็นสังหาริมทรัพย์เท่านั้น กรณีอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (6) ที่ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์เรียกเอาค่าเช่า มีกำหนดอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าเจ้าหนี้ได้ติดตามทวงถามและบอกเลิกสัญญาในวันที่ 31 มกราคม 2541 สัญญาจึงเลิกกันไปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2541 อันเป็นวันที่เจ้าหนี้อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ ซึ่งจะครบกำหนดอายุความในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543 ต่อมาลูกหนี้ถูกสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) เจ้าหนี้จึงยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินในมูลหนี้ค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ค้างชำระเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 กรณีถือได้ว่าเจ้าหนี้ได้กระทำการอื่นใดอันมีผลเป็นอย่างเดียวกันกับการฟ้องคดีทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (5) และโดยที่เป็นเพียงการกระทำอื่นใดมิใช่การฟ้องคดี สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้นั้นจะมีอยู่เพียงใดหรือไม่จึงยังไม่ยุติถึงที่สุด ต้องผ่านกระบวนการพิจารณานั้นๆ ให้สิ้นสุดเสียก่อน ในกรณีที่เจ้าหนี้ได้ฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (2) หากคดีนั้นได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องหรือคดีเสร็จไปโดยการจำหน่ายคดีเพราะเหตุถอนฟ้องหรือทิ้งฟ้อง กฎหมายให้ถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคหนึ่ง สำหรับการยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินของเจ้าหนี้นั้น ได้ความว่าองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินมีคำสั่งไม่พิจารณาให้เจ้าหนี้ได้รับการเฉลี่ยเงินคืนจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ และได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของเจ้าหนี้เป็นที่สิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 แต่โดยที่มิใช่การฟ้องคดี จึงสมควรอนุโลมให้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/18 ถือเป็นกรณีที่องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินปฏิเสธคำขอรับชำระหนี้โดยไม่ตัดสิทธิเจ้าหนี้ที่จะฟ้องคดีอันเป็นคุณแก่เจ้าหนี้ผู้เสียสิทธินั้นเพราะปรากฏว่าระหว่างกระบวนการพิจารณาขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินอายุความได้ครบกำหนดไปแล้ว แต่เจ้าหนี้ต้องอยู่ในบังคับให้ใช้สิทธิฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ชำระหนี้ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กระบวนการพิจารณาขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินสิ้นสุด การที่เจ้าหนี้มิได้ฟ้องคดีและยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันที่ 14 มีนาคม 2545 จึงพ้นเวลา 60 วัน นับแต่วันที่องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินมีคำสั่งปฏิเสธอุทธรณ์ของเจ้าหนี้แล้ว มูลหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จึงขาดอายุความ สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ที่ขาดอายุความนี้เป็นค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ผิดนัดค้างชำระเป็นเหตุให้เจ้าหนี้บอกเลิกสัญญา ส่วนที่เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีสัญญาเลิกกันก่อนกำหนดได้ตามที่กำหนดไว้ให้ลูกหนี้รับผิดชำระค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์จนถึงวันครบกำหนดตามสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2541 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2542 เป็นเงิน 38,583.33 บาท ค่าเสียหายจำนวนนี้จึงเป็นสิทธิเรียกร้องในส่วนที่เป็นอุปกรณ์ เมื่อสิทธิเรียกร้องค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ผิดนัดค้างชำระอันเป็นมูลหนี้ประธานขาดอายุความแล้ว สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเป็นส่วนอุปกรณ์จึงขาดอายุความไปด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/26 เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลกับคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง อุทธรณ์เจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (อุดมศักดิ์ นิติมนตรี-สมชาย พงษธา-วัฒนชัย โชติชูตระกูล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272266
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028884"
    }
}
date
2548
deka_no
5754/2548
deka_running_no
5754
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี",
    "สมชาย พงษธา",
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/14",
            "ม. 193/17",
            "ม. 193/18",
            "ม. 193/26",
            "ม. 193/34"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 107 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายสมบูรณ์ อารักษ์มงคล ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์วอลล์สตรีท จำกัด (มชาชน)"
    },
    {
        "role": "ลูกหนี้",
        "name": "ล้มละลาย"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "บริษัทสามารถคอมมิวนิเคชั่นเซอร์วิส จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเจ้าหนี้รายที่ 23 และผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีความเห็นว่า ควรมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "สัญญาให้บริการตามเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งเจ้าหนี้ผู้รับจ้างตกลงทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ลูกหนี้ผู้ว่าจ้าง โดยลูกหนี้ตกลงเช่าใช้อุปกรณ์ของเจ้าหนี้ที่ติดตั้งให้ และตกลงรับบริการให้เจ้าหนี้ดูแลรักษาซ่อมแซมอุปกรณ์เป็นเวลา 36 เดือน ในอัตราค่าบริการเดือนละ 2,500 บาท แล้วลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ค่าบริการ เจ้าหนี้จึงขอรับชำระหนี้ค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ของเดือนมกราคม 2541 เป็นเงิน 2,675 บาท ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องขอรับชำระหนี้ค่าบริการเช่าอุปกรณ์อันเป็นสังหาริมทรัพย์เท่านั้น กรณีอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (6) ที่ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์เรียกเอาค่าเช่า มีกำหนดอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าเจ้าหนี้ได้ติดตามทวงถามและบอกเลิกสัญญาในวันที่ 31 มกราคม 2541 สัญญาจึงเลิกกันไปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2541 อันเป็นวันที่เจ้าหนี้อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ ซึ่งจะครบกำหนดอายุความในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2543 ต่อมาลูกหนี้ถูกสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) เจ้าหนี้จึงยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินในมูลหนี้ค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ค้างชำระเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 กรณีถือได้ว่าเจ้าหนี้ได้กระทำการอื่นใดอันมีผลเป็นอย่างเดียวกันกับการฟ้องคดีทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (5) และโดยที่เป็นเพียงการกระทำอื่นใดมิใช่การฟ้องคดี สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้นั้นจะมีอยู่เพียงใดหรือไม่จึงยังไม่ยุติถึงที่สุด ต้องผ่านกระบวนการพิจารณานั้นๆ ให้สิ้นสุดเสียก่อน ในกรณีที่เจ้าหนี้ได้ฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (2) หากคดีนั้นได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องหรือคดีเสร็จไปโดยการจำหน่ายคดีเพราะเหตุถอนฟ้องหรือทิ้งฟ้อง กฎหมายให้ถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคหนึ่ง สำหรับการยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินของเจ้าหนี้นั้น ได้ความว่าองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินมีคำสั่งไม่พิจารณาให้เจ้าหนี้ได้รับการเฉลี่ยเงินคืนจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ และได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของเจ้าหนี้เป็นที่สิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2544 แต่โดยที่มิใช่การฟ้องคดี จึงสมควรอนุโลมให้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/18 ถือเป็นกรณีที่องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินปฏิเสธคำขอรับชำระหนี้โดยไม่ตัดสิทธิเจ้าหนี้ที่จะฟ้องคดีอันเป็นคุณแก่เจ้าหนี้ผู้เสียสิทธินั้นเพราะปรากฏว่าระหว่างกระบวนการพิจารณาขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินอายุความได้ครบกำหนดไปแล้ว แต่เจ้าหนี้ต้องอยู่ในบังคับให้ใช้สิทธิฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ชำระหนี้ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กระบวนการพิจารณาขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินสิ้นสุด การที่เจ้าหนี้มิได้ฟ้องคดีและยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันที่ 14 มีนาคม 2545 จึงพ้นเวลา 60 วัน นับแต่วันที่องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินมีคำสั่งปฏิเสธอุทธรณ์ของเจ้าหนี้แล้ว มูลหนี้ที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จึงขาดอายุความ สิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ที่ขาดอายุความนี้เป็นค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ผิดนัดค้างชำระเป็นเหตุให้เจ้าหนี้บอกเลิกสัญญา ส่วนที่เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีสัญญาเลิกกันก่อนกำหนดได้ตามที่กำหนดไว้ให้ลูกหนี้รับผิดชำระค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์จนถึงวันครบกำหนดตามสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2541 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2542 เป็นเงิน 38,583.33 บาท ค่าเสียหายจำนวนนี้จึงเป็นสิทธิเรียกร้องในส่วนที่เป็นอุปกรณ์ เมื่อสิทธิเรียกร้องค่าบริการเช่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ผิดนัดค้างชำระอันเป็นมูลหนี้ประธานขาดอายุความแล้ว สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเป็นส่วนอุปกรณ์จึงขาดอายุความไปด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/26 เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลกับคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง อุทธรณ์เจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000794.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548