คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5989/2548 ฉบับเต็ม

#272438
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5989/2548 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายชำนาญ สุขศรี จำเลย ป.อ. มาตรา 319 ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตาม ป.อ. มาตรา 319 หมายความว่า ผู้กระทำความผิดได้กระทำการอันเป็นการละเมิดต่ออำนาจปกครองของบิดามารดาหรือต่อผู้ปกครองหรือต่อผู้ดูแลของผู้เยาว์ คดีนี้บิดาของผู้เสียหายมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาผู้เสียหายจึงมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่บิดาและมารดาของผู้เสียหายได้เลิกร้างกันมานานถึง 17 ปี โดยผู้เสียหายอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดามาตลอด บิดาของผู้เสียหายจึงเป็นผู้ปกครองผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากผู้ปกครอง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพรากนางสาวสุขใจ อายุ 16 ปีเศษ ไปเสียจากนายดอนล่าซึ่งเป็นบิดาเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยกระทำชำเรานางสาวสุขใจโดยนางสาวสุขใจเต็มใจไปด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดาหรือไม่ ซึ่งจำเลยฎีกาว่านายดอนล่าบิดาของผู้เสียหายมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เสียหาย การกระทำจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามฟ้องโจทก์ เห็นว่า ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 นั้น บัญญัติว่า ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย... หมายความว่า ผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้กระทำการอันเป็นการละเมิดต่ออำนาจปกครองของบิดามารดาหรือต่อผู้ปกครองหรือต่อผู้ดูแลของผู้เยาว์แล้วแต่กรณี คดีนี้แม้บิดาของผู้เสียหายมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เสียหายจึงมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่ได้ความว่าบิดาและมารดาของผู้เสียหายได้เลิกร้างกันมานานถึง 17 ปี โดยผู้เสียหายอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดามาตลอด ดังนี้บิดาของผู้เสียหายเป็นผู้ปกครองผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากผู้ปกครอง จึงเป็นความผิดตามฟ้อง" พิพากษายืน (กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์-วิเชียร มงคล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272438
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028671"
    }
}
date
2548
deka_no
5989/2548
deka_running_no
5989
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์",
    "วิเชียร มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 319"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชำนาญ สุขศรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพรากนางสาวสุขใจ อายุ 16 ปีเศษ ไปเสียจากนายดอนล่าซึ่งเป็นบิดาเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยกระทำชำเรานางสาวสุขใจโดยนางสาวสุขใจเต็มใจไปด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดาหรือไม่ ซึ่งจำเลยฎีกาว่านายดอนล่าบิดาของผู้เสียหายมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เสียหาย การกระทำจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามฟ้องโจทก์ เห็นว่า ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 นั้น บัญญัติว่า ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย... หมายความว่า ผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้กระทำการอันเป็นการละเมิดต่ออำนาจปกครองของบิดามารดาหรือต่อผู้ปกครองหรือต่อผู้ดูแลของผู้เยาว์แล้วแต่กรณี คดีนี้แม้บิดาของผู้เสียหายมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้เสียหายจึงมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่ได้ความว่าบิดาและมารดาของผู้เสียหายได้เลิกร้างกันมานานถึง 17 ปี โดยผู้เสียหายอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดามาตลอด ดังนี้บิดาของผู้เสียหายเป็นผู้ปกครองผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากผู้ปกครอง จึงเป็นความผิดตามฟ้อง"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000792.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548