คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2549 ฉบับเต็ม

#272443
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2549 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ร้อง นายกูฏชินหรือวิทยา รักษาศรี ผู้คัดค้าน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 107 (4) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 29 ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชากรไทย แต่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทั้งพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์ โดยผู้คัดค้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2543 และลาออกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 แล้วมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 การที่ผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกันในขณะสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองแต่เพียงพรรคเดียว ผู้คัดค้านจึงไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ มาตรา 107 (4) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาฯ มาตรา 29 (คำสั่งศาลฎีกา) ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชากรไทย แต่ต่อมาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวโต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ผู้ร้องตรวจสอบแล้วผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วยในขณะเดียวกันในวันที่ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งซึ่งถือว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตราดังกล่าว ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก่อนปี 2543 แต่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 หลังจากนั้นมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยจนถึงปัจจุบัน โดยไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีกแต่อย่างใด ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชากรไทยโดยชอบ ขอให้ยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชากรไทย ผู้ร้องได้รับสมัครและประกาศรายชื่อผู้คัดค้านว่าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งดังกล่าวแล้ว ต่อมามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งโต้แย้งว่า ผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ซึ่งบัญญัติมีใจความว่า บุคคลผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันเนื่องจากในขณะสมัครผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วยในขณะเดียวกัน ผู้ร้องจึงร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า จากหลักฐานระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมืองสมาชิกพรรคการเมืองของสำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติตามเอกสารแนบท้ายคำร้อง ปรากฏว่าผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคการเมืองทั้งพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์ โดยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 และผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ก็มีหนังสือที่ ปชป.4990037/2549 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2549 ถึงผู้ร้องยืนยันว่าผู้คัดค้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2543 และลาออกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 แล้วมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 โดยเป็นสมาชิกพรรคหมายเลข 452500326 ซึ่งสอดคล้องกันกับระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองของทางราชการดังกล่าว พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงมีน้ำหนักรับฟัง ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ในปี 2545 เพราะปี 2544 ผู้คัดค้านประสบอุบัติเหตุได้รับอันตรายแก่กายสาหัสมีเลือดออกในสมองและปวดกระดูกสันหลังที่ 5 ทั้งถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งฟ้องคดีเรื่องการส่งบัญชีเลือกตั้งในปี 2545 จึงไม่คิดสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดเพิ่มอีกนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างเองลอย ๆ จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังและไม่น่าเชื่อถือ เชื่อว่าผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกันในขณะสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองแต่เพียงพรรคเดียว ผู้คัดค้านจึงไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 29 ตามคำร้องของผู้ร้อง อนึ่ง ที่ผู้คัดค้านแถลงต่อศาลฎีกาว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยื่นคำโต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งมีเพียง 1 คน ไม่ถึง 10 คน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อรับฟังได้ว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวแล้ว คำแถลงนี้ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป" จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี ของนายกูฏชิน หรือวิทยา รักษาศรี ผู้คัดค้าน (องอาจ โรจนสุพจน์-เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-สถิตย์ อรรถบลยุคล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272443
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025249"
    }
}
date
2549
deka_no
1882/2549
deka_running_no
1882
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "สถิตย์ อรรถบลยุคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย",
        "sections": [
            "ม. 107 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 29"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "จังหวัดอุบลราชธานี"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายกูฏชินหรือวิทยา รักษาศรี"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชากรไทย แต่ต่อมาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวโต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ผู้ร้องตรวจสอบแล้วผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วยในขณะเดียวกันในวันที่ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งซึ่งถือว่าเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตราดังกล่าว ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก่อนปี 2543 แต่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 หลังจากนั้นมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยจนถึงปัจจุบัน โดยไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีกแต่อย่างใด ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชากรไทยโดยชอบ ขอให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดพรรคประชากรไทย ผู้ร้องได้รับสมัครและประกาศรายชื่อผู้คัดค้านว่าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งดังกล่าวแล้ว ต่อมามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งโต้แย้งว่า ผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) ซึ่งบัญญัติมีใจความว่า บุคคลผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันเนื่องจากในขณะสมัครผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วยในขณะเดียวกัน ผู้ร้องจึงร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้าน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า จากหลักฐานระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมืองสมาชิกพรรคการเมืองของสำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติตามเอกสารแนบท้ายคำร้อง ปรากฏว่าผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคการเมืองทั้งพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์ โดยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 และผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ก็มีหนังสือที่ ปชป.4990037/2549 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2549 ถึงผู้ร้องยืนยันว่าผู้คัดค้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2543 และลาออกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2543 แล้วมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2545 โดยเป็นสมาชิกพรรคหมายเลข 452500326 ซึ่งสอดคล้องกันกับระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองของทางราชการดังกล่าว พยานหลักฐานของผู้ร้องจึงมีน้ำหนักรับฟัง ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าไม่เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ในปี 2545 เพราะปี 2544 ผู้คัดค้านประสบอุบัติเหตุได้รับอันตรายแก่กายสาหัสมีเลือดออกในสมองและปวดกระดูกสันหลังที่ 5 ทั้งถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งฟ้องคดีเรื่องการส่งบัญชีเลือกตั้งในปี 2545 จึงไม่คิดสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดเพิ่มอีกนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างเองลอย ๆ จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังและไม่น่าเชื่อถือ เชื่อว่าผู้คัดค้านเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทยและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกันในขณะสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองแต่เพียงพรรคเดียว ผู้คัดค้านจึงไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 107 (4) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 29 ตามคำร้องของผู้ร้อง อนึ่ง ที่ผู้คัดค้านแถลงต่อศาลฎีกาว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยื่นคำโต้แย้งว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งมีเพียง 1 คน ไม่ถึง 10 คน จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อรับฟังได้ว่าผู้คัดค้านไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวแล้ว คำแถลงนี้ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป"

จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดอุบลราชธานี ของนายกูฏชิน หรือวิทยา รักษาศรี ผู้คัดค้าน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000760.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549