คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6371/2548 ฉบับเต็ม

#272487
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6371/2548 พนักงานอัยการประจำ ศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นายคบ บุญเพลิง จำเลย ป.อ. มาตรา 335 การที่จำเลยนำชุดก้านสูบรถจักรยานยนต์ออกจากที่เก็บซึ่งจำเลยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องด้วย แล้วนำไปวางบนผ้ากันเปื้อนของจำเลย แต่เมื่อถูกทักท้วงจึงนำไปเก็บนั้น แม้การกระทำของจำเลยยังอยู่ภายในโรงงานของผู้เสียหายก็ตาม แต่เป็นการนำทรัพย์ของผู้เสียหายออกจากที่เก็บของของผู้เสียหาย เป็นการเคลื่อนย้ายทรัพย์ไปจากความครอบครองของผู้เสียหายแล้ว การนำมาวางที่ผ้ากันเปื้อนของจำเลยก็เป็นการที่จำเลยเข้าถือเอาทรัพย์นั้นแล้ว แม้จำเลยจะยังมิได้นำออกนอกโรงงานของผู้เสียหายก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นการเอาทรัพย์นั้นไปจากความครอบครองของผู้เสียหาย อันเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายเพียงประการเดียวโดยที่จำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นการเอาไป อันจะเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ดังนั้น เมื่อคดีนี้มีแต่เฉพาะข้อกฎหมายแล้วในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ในคดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นอันยุติว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยนำชุดก้านสูบรถจักรยานยนต์ออกไปวางบนผ้ากันเปื้อนภายในโรงงาน เมื่อถูกทักท้วงจึงนำไปเก็บ เห็นว่า แม้จะได้ความว่าการกระทำของจำเลยยังอยู่ภายในโรงงานของผู้เสียหายก็ตาม การที่จำเลยนำชุดก้านสูบออกจากที่เก็บซึ่งจำเลยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องด้วย แล้วนำไปวางบนผ้ากันเปื้อนของจำเลย การกระทำดังกล่าวเป็นการนำทรัพย์ของผู้เสียหายออกจากที่เก็บของของผู้เสียหาย เป็นการเคลื่อนย้ายทรัพย์ไปจากความครอบครองของผู้เสียหายแล้ว การนำมาวางที่ผ้ากันเปื้อนของจำเลยก็เป็นการที่จำเลยเข้าถือเอาทรัพย์นั้นแล้ว แม้จำเลยจะยังมิได้นำออกนอกโรงงานของผู้เสียหายก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นการเอาทรัพย์นั้นไปจากความครอบครองของผู้เสียหาย อันเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จตามที่โจทก์ฟ้องแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (องอาจ โรจนสุพจน์-ธาดา กษิตินนท์-พีรพล พิชยวัฒน์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272487
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028353"
    }
}
date
2548
deka_no
6371/2548
deka_running_no
6371
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "พีรพล พิชยวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 335"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "พนักงานอัยการประจำ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ศาลจังหวัดมีนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายคบ บุญเพลิง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) ลงโทษจำคุก 1 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายเพียงประการเดียวโดยที่จำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นการเอาไป อันจะเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ดังนั้น เมื่อคดีนี้มีแต่เฉพาะข้อกฎหมายแล้วในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ในคดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นอันยุติว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยนำชุดก้านสูบรถจักรยานยนต์ออกไปวางบนผ้ากันเปื้อนภายในโรงงาน เมื่อถูกทักท้วงจึงนำไปเก็บ เห็นว่า แม้จะได้ความว่าการกระทำของจำเลยยังอยู่ภายในโรงงานของผู้เสียหายก็ตาม การที่จำเลยนำชุดก้านสูบออกจากที่เก็บซึ่งจำเลยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องด้วย แล้วนำไปวางบนผ้ากันเปื้อนของจำเลย การกระทำดังกล่าวเป็นการนำทรัพย์ของผู้เสียหายออกจากที่เก็บของของผู้เสียหาย เป็นการเคลื่อนย้ายทรัพย์ไปจากความครอบครองของผู้เสียหายแล้ว การนำมาวางที่ผ้ากันเปื้อนของจำเลยก็เป็นการที่จำเลยเข้าถือเอาทรัพย์นั้นแล้ว แม้จำเลยจะยังมิได้นำออกนอกโรงงานของผู้เสียหายก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นการเอาทรัพย์นั้นไปจากความครอบครองของผู้เสียหาย อันเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จตามที่โจทก์ฟ้องแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000789.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548