คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2550 ฉบับเต็ม

#272648
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2550 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นายมานิตหรือนิต อยู่พ่วง จำเลย ป.อ. มาตรา 80, มาตรา 83, มาตรา 288, มาตรา 297 ผู้เสียหายและ ว. ไปเที่ยวงานวัด แต่การจราจรติดขัด ว. จอดรถจักรยานยนต์รออยู่บนถนน ขณะเดียวกัน ณ. วิ่งมาต่อยหน้าผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลย น. และ ย. วิ่งไล่ตาม ณ. ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด ผู้เสียหายวิ่งไปได้ 30 เมตรก็หมดแรงล้มลง จำเลย ณ. น. และ ย. เข้าไปรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหาย ผู้เสียหายยกมือทั้งสองข้างกันไว้ จึงถูกคมมีด พวกจำเลยรุมเตะผู้เสียหาย แต่มีคนช่วยผู้เสียหายหลบหนีไปได้ ดังนั้น การที่ผู้เสียหายไปเที่ยวงานวัดแล้วพบ ณ. กับจำเลยและพวกนั้นน่าจะเป็นเหตุบังเอิญ และที่ ณ. เข้าไปชกทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทันทีและต่อมาก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายนั้นเป็นการกระทำและตัดสินใจของ ณ. โดยลำพัง ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้สมคบกระทำการดังกล่าวกับ ณ. จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในผลการกระทำดังกล่าวร่วมกับ ณ. แต่จำเลยต้องรับผิดเฉพาะผลการกระทำของตน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) จำคุก 1 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายณัฐพลหรือดิ้น ทับทิมทอง จำเลยคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2065/2546 ของศาลชั้นต้น ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายณัฐพลมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย มีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยฝ่าฝืนกฎหมาย คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าว ส่วนจำเลยใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องจำเลยสำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและฐานพาอาวุธปืน โจทก์ไม่ฎีกาในส่วนนี้ ความผิดฐานดังกล่าวจึงยุติ คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายณรงค์ศักดิ์ โคมทอง ผู้เสียหายและนายวิสูตร เพ็งรัศมี เป็นพยานเบิกความว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายและนายวิสูตรไปเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์ที่วัดดอนกระเบื้อง แต่ไปยังไม่ถึงวัด เพราะมีคนเล่นสาดน้ำสงกรานต์บนถนนทำให้การจราจรติดขัด นายวิสูตรจอดรถจักรยานยนต์รอ ขณะเดียวกันนายณัฐพลวิ่งมาต่อยหน้าผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลย นายนุและนายนัยวิ่งไล่ตาม นายณัฐพลใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด ผู้เสียหายวิ่งไปได้ 30 เมตร ก็หมดแรงล้มลง จำเลย นายณัฐพล นายนุ และนายนัยเข้าไปรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหาย ผู้เสียหายยกมือทั้งสองข้างกันไว้ จึงถูกคมมีด พวกจำเลยรุมเตะผู้เสียหาย ผู้เสียหายวิ่งหนีไปได้ประมาณ 30 เมตร มีคนขับรถบรรทุกหกล้อพาผู้เสียหายหลบหนีได้ เห็นว่า การที่ผู้เสียหายไปเที่ยวงานสงกรานต์แล้วพบนายณัฐพลกับจำเลยและพวกนั้นน่าจะเป็นเหตุบังเอิญ การที่นายณัฐพลเข้าไปชกทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทันทีและต่อมานายณัฐพลก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำและตัดสินใจของนายณัฐพลโดยลำพังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้สมคบกระทำการดังกล่าวกับนายณัฐพล ดังนั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในผลการกระทำดังกล่าวร่วมกับนายณัฐพล แต่จำเลยต้องรับผิดเฉพาะผลการกระทำของตนที่ใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (เกษม วีรวงศ์-พีรพล พิชยวัฒน์-ฐานันท์ วรรณโกวิท) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272648
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016957"
    }
}
date
2550
deka_no
3611/2550
deka_running_no
3611
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "เกษม วีรวงศ์",
    "พีรพล พิชยวัฒน์",
    "ฐานันท์ วรรณโกวิท"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 80",
            "ม. 83",
            "ม. 288",
            "ม. 297"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมานิตหรือนิต อยู่พ่วง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) จำคุก 1 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เบื้องต้นว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายณัฐพลหรือดิ้น ทับทิมทอง จำเลยคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2065/2546 ของศาลชั้นต้น ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด ศาลชั้นต้นพิพากษาว่านายณัฐพลมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย มีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยฝ่าฝืนกฎหมาย คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าว ส่วนจำเลยใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องจำเลยสำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและฐานพาอาวุธปืน โจทก์ไม่ฎีกาในส่วนนี้ ความผิดฐานดังกล่าวจึงยุติ คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายณรงค์ศักดิ์ โคมทอง ผู้เสียหายและนายวิสูตร เพ็งรัศมี เป็นพยานเบิกความว่า วันเกิดเหตุผู้เสียหายและนายวิสูตรไปเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์ที่วัดดอนกระเบื้อง แต่ไปยังไม่ถึงวัด เพราะมีคนเล่นสาดน้ำสงกรานต์บนถนนทำให้การจราจรติดขัด นายวิสูตรจอดรถจักรยานยนต์รอ ขณะเดียวกันนายณัฐพลวิ่งมาต่อยหน้าผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายวิ่งหนีจำเลย นายนุและนายนัยวิ่งไล่ตาม นายณัฐพลใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 1 นัด ผู้เสียหายวิ่งไปได้ 30 เมตร ก็หมดแรงล้มลง จำเลย นายณัฐพล นายนุ และนายนัยเข้าไปรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหาย ผู้เสียหายยกมือทั้งสองข้างกันไว้ จึงถูกคมมีด พวกจำเลยรุมเตะผู้เสียหาย ผู้เสียหายวิ่งหนีไปได้ประมาณ 30 เมตร มีคนขับรถบรรทุกหกล้อพาผู้เสียหายหลบหนีได้ เห็นว่า การที่ผู้เสียหายไปเที่ยวงานสงกรานต์แล้วพบนายณัฐพลกับจำเลยและพวกนั้นน่าจะเป็นเหตุบังเอิญ การที่นายณัฐพลเข้าไปชกทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทันทีและต่อมานายณัฐพลก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายน่าเชื่อว่าเป็นการกระทำและตัดสินใจของนายณัฐพลโดยลำพังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้สมคบกระทำการดังกล่าวกับนายณัฐพล ดังนั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในผลการกระทำดังกล่าวร่วมกับนายณัฐพล แต่จำเลยต้องรับผิดเฉพาะผลการกระทำของตนที่ใช้อาวุธมีดดาบฟันผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000685.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550