คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3567 -ที่ 3568/2550 ฉบับเต็ม

#272717
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3567 - 3568/2550 พนักงานอัยการ จังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นายมานะ ถิ่นสูงเนิน กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7), มาตรา 161 วรรคหนึ่ง, มาตรา 163, มาตรา 208, มาตรา 215, มาตรา 225 จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์โดยไม่ปรากฏว่ามีลายชื่อผู้เรียงและผู้พิมพ์คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215 แต่การที่จะให้จำเลยทั้งสองแก้ไขคำฟ้องอุทธรณ์หรือสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองก็ล่วงเลยเวลาที่จะปฏิบัติได้เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้เสร็จไปแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาคดีมาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์อีกต่อไป ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 295, 297 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297 (8) ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองกับนายทองคำ หรือเหิม สุดตาซ้าย จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3982/2542 ของศาลชั้นต้น นายไพฑูรย์หรือโต เกิดทวีพันธ์ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2207/2543 ของศาลชั้นต้น และนายโทน หลั่นทองหลาง จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1595/2546 ของศาลชั้นต้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297 (8) ประกอบมาตรา 83 (ที่ถูกไม่ต้องกล่าวถึงจำเลยในคดีอื่น) การกระทำของจำเลยทั้งสองกับนายทองคำ นายไพฑูรย์ และนายโทน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์โดยไม่ปรากฏว่ามีลายมือชื่อผู้เรียงและผู้พิมพ์ คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215 แต่การที่จะให้จำเลยทั้งสองแก้ไขคำฟ้องอุทธรณ์หรือสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองก็ล่วงเลยเวลาที่จะปฏิบัติได้ เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้เสร็จไปแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาคดีมาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์อีกต่อไป" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองกับยกฎีกาของโจทก์ (สิทธิชัย รุ่งตระกูล-ประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์-ธนัท วิรบุตร์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272717
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016964"
    }
}
date
2550
deka_no
3568/2550
deka_running_no
3568
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สิทธิชัย รุ่งตระกูล",
    "ประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์",
    "ธนัท วิรบุตร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (7)",
            "ม. 161 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 163",
            "ม. 208",
            "ม. 215",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ จังหวัดบุรีรัมย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมานะ ถิ่นสูงเนิน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 295, 297

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297 (8) ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองกับนายทองคำ หรือเหิม สุดตาซ้าย จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3982/2542 ของศาลชั้นต้น นายไพฑูรย์หรือโต เกิดทวีพันธ์ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2207/2543 ของศาลชั้นต้น และนายโทน หลั่นทองหลาง จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1595/2546 ของศาลชั้นต้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297 (8) ประกอบมาตรา 83 (ที่ถูกไม่ต้องกล่าวถึงจำเลยในคดีอื่น) การกระทำของจำเลยทั้งสองกับนายทองคำ นายไพฑูรย์ และนายโทน เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์โดยไม่ปรากฏว่ามีลายมือชื่อผู้เรียงและผู้พิมพ์ คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215 แต่การที่จะให้จำเลยทั้งสองแก้ไขคำฟ้องอุทธรณ์หรือสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองก็ล่วงเลยเวลาที่จะปฏิบัติได้ เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้เสร็จไปแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาคดีมาเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์อีกต่อไป"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองกับยกฎีกาของโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000685.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3567 -
year
2550