คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3742 -ที่ 3743/2550 ฉบับเต็ม

#272720
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3742 - 3743/2550 พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายทองหล่อ สุขสุยุติ จำเลย พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 56, มาตรา 62 การจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ มาตรา 62 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติ คชก.ตำบล หรือ คชก.จังหวัด ที่ห้ามมิให้ผู้นั้นขัดขวางการทำนาของผู้มีสิทธิในนาหรือที่ให้ผู้นั้นออกจากนาจะต้องไม่มีเหตุอันสมควร แต่ คชก.ตำบล มีหนังสือแจ้งมติให้จำเลยทราบ ซึ่งจำเลยก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่ภายหลัง ว. ผู้เสียหายกลับไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลย ทั้งที่วันดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างที่จำเลยจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบล ต่อ คชก.จังหวัดได้ และจำเลยก็ได้อุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน คชก.ตำบล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56 วรรคแรก และหลังจาก คชก.จังหวัด มีคำวินิจฉัยยืนตามมติ คชก.ตำบลแล้ว จำเลยก็ยังได้ยื่นฟ้องต่อศาล แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ การที่จำเลยยังไม่ออกจากที่นาพิพาทจึงเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 5, 26, 37, 62 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 37 และ 62 ให้จำคุก 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในคดีที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยและมติ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้พิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยและมติ คชก. จังหวัดแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ จำเลยจึงขอสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์นั้น เห็นว่า จำเลยได้นำสืบเกี่ยวกับการยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนมติ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีแล้ว กรณีไม่มีเหตุจำเป็นต้องสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์อีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขอสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 62 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติ คชก.ตำบล หรือ คชก.จังหวัดที่ห้ามมิให้ผู้นั้นขัดขวางการทำนาของผู้มีสิทธิในนาหรือที่ให้ผู้นั้นออกจากนาจะต้องไม่มีเหตุอันสมควร แต่คดีนี้ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือ มีหนังสือแจ้งมติให้จำเลยทราบลงวันที่ 21 มิถุนายน 2542 ซึ่งจำเลยก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่ภายหลังนายหวัง ไทยเจริญ ผู้เสียหายกลับไปร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอลาดบัวหลวง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2542 ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งที่วันดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างที่จำเลยจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือ ต่อ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ และจำเลยก็ได้อุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2542 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56 วรรคแรก และหลังจาก คชก.จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำวินิจฉัยยืนตามมติ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือแล้ว จำเลยก็ยังได้ยื่นฟ้องต่อศาล แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 การที่จำเลยยังไม่ออกจากที่นาพิพาทจึงเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ (ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล-ชาลี ทัพภวิมล-วิเชียร มงคล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272720
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016950"
    }
}
date
2550
deka_no
3743/2550
deka_running_no
3743
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "วิเชียร มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524",
        "sections": [
            "ม. 56",
            "ม. 62"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทองหล่อ สุขสุยุติ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 5, 26, 37, 62

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 37 และ 62 ให้จำคุก 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในคดีที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยและมติ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้พิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยและมติ คชก. จังหวัดแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ จำเลยจึงขอสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์นั้น เห็นว่า จำเลยได้นำสืบเกี่ยวกับการยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนมติ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีแล้ว กรณีไม่มีเหตุจำเป็นต้องสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์อีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขอสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 62 การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติ คชก.ตำบล หรือ คชก.จังหวัดที่ห้ามมิให้ผู้นั้นขัดขวางการทำนาของผู้มีสิทธิในนาหรือที่ให้ผู้นั้นออกจากนาจะต้องไม่มีเหตุอันสมควร แต่คดีนี้ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือ มีหนังสือแจ้งมติให้จำเลยทราบลงวันที่ 21 มิถุนายน 2542 ซึ่งจำเลยก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่ภายหลังนายหวัง ไทยเจริญ ผู้เสียหายกลับไปร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอลาดบัวหลวง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2542 ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งที่วันดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างที่จำเลยจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือ ต่อ คชก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ และจำเลยก็ได้อุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2542 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56 วรรคแรก และหลังจาก คชก.จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีคำวินิจฉัยยืนตามมติ คชก.ตำบลคลองพระยาบันลือแล้ว จำเลยก็ยังได้ยื่นฟ้องต่อศาล แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 การที่จำเลยยังไม่ออกจากที่นาพิพาทจึงเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000685.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3742 -
year
2550