คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5561/2550 ฉบับเต็ม

#272864
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5561/2550 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายสุรชัย กลิ่นบัวขาว จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางและขอให้เพิ่มโทษจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่มิได้ให้การรับว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษ อีกทั้งโจทก์มิได้นำสืบว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาก่อน และได้กระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ถือว่าโจทก์มิได้นำสืบแสดงพยานหลักฐานในข้อที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลย จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยได้ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ริบของกลางและเพิ่มโทษตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 รวมจำคุก 6 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่... เห็นว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ร้อยตำรวจเอกสง่าจอดรถซุ่มดูเหตุการณ์ห่างจากจุดล่อซื้อประมาณ 30 เมตร อีกทั้งสภาพซอยบางทราย 22 เป็นซอยตรง ไม่มีสิ่งใดปิดบังการมองเห็น ปรากฏตามภาพถ่าย ร้อยตำรวจเอกสง่าย่อมมีโอกาสมองเห็นและจดจำจำเลยได้ หลังเกิดเหตุร้อยตำรวจเอกสง่าติดตามจับกุมจำเลยได้ทันทีทันใด ก่อนจับกุมจำเลยได้มีการนำธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกในรายงานประจำวันธุรการไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในรายงานประจำวันธุรการดังกล่าวระบุว่าร้อยตำรวจเอกสง่าจะนำธนบัตรที่มาลงบันทึกในรายงานประจำวันธุรการไว้ไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ซอยบางทราย 22 อันเป็นสถานที่เกิดเหตุในคดีนี้ แสดงให้เห็นว่าร้อยตำรวจเอกสง่าได้เตรียมการวางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยตามที่สายลับแจ้ง สอดคล้องกับคำเบิกความของร้อยตำรวจสง่า ทำให้คำพยานโจทก์ปากนี้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือไม่มีข้อพิรุธน่าสงสัยว่าจะเบิกความกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลยให้ต้องรับโทษ ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ในทำนองว่า จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจกลั่นแกล้งจับกุมนั้นคงมีตัวจำเลยเบิกความลอย ๆ เพียงปากเดียว ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และไม่มีเหตุผลที่ร้อยตำรวจเอกสง่าจะกลั่นแกล้งจับกุมจำเลยทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางจริงตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางและขอให้เพิ่มโทษจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่มิได้ให้การรับว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษ อีกทั้งโจทก์มิได้นำสืบว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาก่อนและได้กระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ถือว่าโจทก์มิได้นำสืบแสดงพยานหลักฐานในข้อที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลยจึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยได้ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225" พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี ให้ยกคำขอโจทก์ที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลย ริบของกลาง (อิศเรศ ชัยรัตน์-มงคล ทับเที่ยง-พิชัย อภิชาตอำมฤต) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
272864
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082015509"
    }
}
date
2550
deka_no
5561/2550
deka_running_no
5561
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "อิศเรศ ชัยรัตน์",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 97"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรชัย กลิ่นบัวขาว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ริบของกลางและเพิ่มโทษตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 97 รวมจำคุก 6 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่... เห็นว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ร้อยตำรวจเอกสง่าจอดรถซุ่มดูเหตุการณ์ห่างจากจุดล่อซื้อประมาณ 30 เมตร อีกทั้งสภาพซอยบางทราย 22 เป็นซอยตรง ไม่มีสิ่งใดปิดบังการมองเห็น ปรากฏตามภาพถ่าย ร้อยตำรวจเอกสง่าย่อมมีโอกาสมองเห็นและจดจำจำเลยได้ หลังเกิดเหตุร้อยตำรวจเอกสง่าติดตามจับกุมจำเลยได้ทันทีทันใด ก่อนจับกุมจำเลยได้มีการนำธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกในรายงานประจำวันธุรการไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในรายงานประจำวันธุรการดังกล่าวระบุว่าร้อยตำรวจเอกสง่าจะนำธนบัตรที่มาลงบันทึกในรายงานประจำวันธุรการไว้ไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ซอยบางทราย 22 อันเป็นสถานที่เกิดเหตุในคดีนี้ แสดงให้เห็นว่าร้อยตำรวจเอกสง่าได้เตรียมการวางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยตามที่สายลับแจ้ง สอดคล้องกับคำเบิกความของร้อยตำรวจสง่า ทำให้คำพยานโจทก์ปากนี้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือไม่มีข้อพิรุธน่าสงสัยว่าจะเบิกความกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลยให้ต้องรับโทษ ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ในทำนองว่า จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจกลั่นแกล้งจับกุมนั้นคงมีตัวจำเลยเบิกความลอย ๆ เพียงปากเดียว ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และไม่มีเหตุผลที่ร้อยตำรวจเอกสง่าจะกลั่นแกล้งจับกุมจำเลยทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางจริงตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางและขอให้เพิ่มโทษจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่มิได้ให้การรับว่าจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษ อีกทั้งโจทก์มิได้นำสืบว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมาก่อนและได้กระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ถือว่าโจทก์มิได้นำสืบแสดงพยานหลักฐานในข้อที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลยจึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยได้ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225"

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี ให้ยกคำขอโจทก์ที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลย ริบของกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000672.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550