คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3475/2550 ฉบับเต็ม

#273636
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3475/2550 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายถาวร สัมฤทธิ์ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 22 วรรคแรก ป.อ. มาตรา 22 วรรคแรก บัญญัติว่า "โทษจำคุกให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา เว้นแต่คำพิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น" คำว่า ถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษานั้น หมายความว่า ต้องถูกคุมขังอยู่ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษา การที่จำเลยถูกคุมขังในคดีอื่นและผู้ประกันมิได้ร้องขอส่งตัวจำเลย เพื่อให้ศาลออกหมายขังจำเลยในคดีนี้จึงไม่อาจหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกในคดีนี้ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ริบของกลางทั้งหมดเว้นแต่ธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2537 และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 ผู้ประกันได้ถอนหลักประกัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2537 วันที่ 25 มกราคม 2538 จำเลยที่ 1 ได้รับการปล่อยชั่วคราวอีกครั้ง ต่อมาวันที่ 23 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมในอีกคดีหนึ่งตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1965/2539 ของศาลจังหวัดอ่างทอง แล้วถูกคุมขังมาโดยตลอด มิได้รับการปล่อยชั่วคราว ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาคดีนี้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดที่ 993/2541 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2541 โดยหักวันที่ถูกคุมขังมาแล้วให้จำเลยที่ 1 เพียง 45 วัน มิได้หักวันที่ถูกคุมขังนับแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2538 จนถึงวันที่ศาลฎีกาพิพากษาคดีนี้ออกจากระยะเวลาจำคุกของจำเลยที่ 1 แม้ผู้ประกันจะมิได้ถอนหลักประกันคดีนี้ แต่จำเลยที่ 1 ก็ถูกคุมขังอยู่จริง ทั้งคดีทั้งสองต่างดำเนินกระบวนพิจารณาไปพร้อมกัน จึงขอให้ศาลชั้นต้นหักวันที่ถูกคุมขังดังกล่าวออกจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันที่ 23 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นที่ศาลจังหวัดอ่างทองมิใช่ถูกคุมขังในคดีนี้ และผู้ประกันมิได้ร้องขอส่งตัวจำเลยที่ 1 เพื่อคุมขังจำเลยที่ 1 ไว้ในคดีนี้ จึงไม่อาจหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามที่จำเลยที่ 1 อ้างได้ ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งหักวันที่ถูกคุมขังดังกล่าวข้างต้นออกจากระยะเวลาจำคุกของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การหักวันที่ถูกคุมขังให้จำเลยที่ 1 ถูกต้องแล้ว ที่จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ไม่อาจนำมาหักได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคแรก บัญญัติว่า "โทษจำคุกให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา เว้นแต่คำพิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น" คำว่า ถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษานั้น หมายความว่า ต้องถูกคุมขังอยู่ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นและผู้ประกันมิได้ร้องขอส่งตัวจำเลยที่ 1 เพื่อให้ศาลออกหมายขังจำเลยที่ 1 ในคดีนี้จึงไม่อาจหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกในคดีนี้ตามที่จำเลยที่ 1 อ้างได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สมศักดิ์ จันทรา-ชาลี ทัพภวิมล-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
273636
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017084"
    }
}
date
2550
deka_no
3475/2550
deka_running_no
3475
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 22 วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายถาวร สัมฤทธิ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ริบของกลางทั้งหมดเว้นแต่ธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2537 และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 ผู้ประกันได้ถอนหลักประกัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2537 วันที่ 25 มกราคม 2538 จำเลยที่ 1 ได้รับการปล่อยชั่วคราวอีกครั้ง ต่อมาวันที่ 23 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมในอีกคดีหนึ่งตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1965/2539 ของศาลจังหวัดอ่างทอง แล้วถูกคุมขังมาโดยตลอด มิได้รับการปล่อยชั่วคราว ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาคดีนี้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดที่ 993/2541 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2541 โดยหักวันที่ถูกคุมขังมาแล้วให้จำเลยที่ 1 เพียง 45 วัน มิได้หักวันที่ถูกคุมขังนับแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2538 จนถึงวันที่ศาลฎีกาพิพากษาคดีนี้ออกจากระยะเวลาจำคุกของจำเลยที่ 1 แม้ผู้ประกันจะมิได้ถอนหลักประกันคดีนี้ แต่จำเลยที่ 1 ก็ถูกคุมขังอยู่จริง ทั้งคดีทั้งสองต่างดำเนินกระบวนพิจารณาไปพร้อมกัน จึงขอให้ศาลชั้นต้นหักวันที่ถูกคุมขังดังกล่าวออกจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ด้วย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันที่ 23 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นที่ศาลจังหวัดอ่างทองมิใช่ถูกคุมขังในคดีนี้ และผู้ประกันมิได้ร้องขอส่งตัวจำเลยที่ 1 เพื่อคุมขังจำเลยที่ 1 ไว้ในคดีนี้ จึงไม่อาจหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามที่จำเลยที่ 1 อ้างได้

ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งหักวันที่ถูกคุมขังดังกล่าวข้างต้นออกจากระยะเวลาจำคุกของจำเลยที่ 1

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การหักวันที่ถูกคุมขังให้จำเลยที่ 1 ถูกต้องแล้ว ที่จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ไม่อาจนำมาหักได้ ให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคแรก บัญญัติว่า "โทษจำคุกให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา เว้นแต่คำพิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น" คำว่า ถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษานั้น หมายความว่า ต้องถูกคุมขังอยู่ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นและผู้ประกันมิได้ร้องขอส่งตัวจำเลยที่ 1 เพื่อให้ศาลออกหมายขังจำเลยที่ 1 ในคดีนี้จึงไม่อาจหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกในคดีนี้ตามที่จำเลยที่ 1 อ้างได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000686.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550