คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2550 ฉบับเต็ม

#273670
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2550 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทวรสวัสดิ์เท็กซ์ไทล์ จำกัด โจทก์ร่วม นางสาวกัลยา หรือนางกัลยา ผลพิบูลย์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ข้อตกลงระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าโจทก์ร่วมตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขให้จำเลยต้องชำระเงินให้แก่โจทก์ร่วมจนครบถ้วนเสียก่อน โจทก์ร่วมจึงจะถอนคำร้องทุกข์ให้ แสดงว่าในระหว่างนั้นโจทก์ร่วมยังติดใจที่จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยอยู่ ข้อตกลงระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยดังกล่าวหามีผลเป็นการยอมความอันทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3584/2544 และ 3692/2544 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ระหว่างพิจารณา บริษัทวรสวัสดิ์เท็กซ์ไทล์ จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (ที่ถูก มาตรา 4 (1) (3)) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 12 เดือน แต่ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3584/2544 และ 3692/2544 ของศาลชั้นต้นนั้น เนื่องจากทั้งสองคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา คำขอส่วนนี้จึงให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 6 กระทง จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 มีผลเป็นการยอมความอันทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หรือไม่ เห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว จำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยสามารถเจรจาตกลงกับโจทก์ร่วมได้แล้ว โดยจำเลยจะผ่อนชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ร่วมเป็นงวด งวดละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท รวม 30 งวด งวดละ 1 เดือน โดยผ่อนชำระงวดแรกภายในวันที่ 10 เมษายน 2545 และงวดต่อไปทุกวันที่ 10 ของเดือน ขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการพิพากษาคดีออกไปเพื่อให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงกับโจทก์ร่วม และเมื่อจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วนแล้ว โจทก์ร่วมจะได้ถอนคำร้องทุกข์ต่อไป ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ร่วมแล้วโจทก์ร่วมแถลงว่าได้ทำความตกลงกันดังที่จำเลยแถลงจริง เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าโจทก์ร่วมตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขให้จำเลยต้องชำระเงินให้แก่โจทก์ร่วมจนครบถ้วนเสียก่อน โจทก์ร่วมจึงจะถอนคำร้องทุกข์ให้ แสดงว่าในระหว่างนั้นโจทก์ร่วมยังติดใจที่จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยอยู่ ข้อตกลงดังกล่าวหามีผลเป็นการยอมความอันทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ดังที่จำเลยฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์-สิทธิชัย รุ่งตระกูล-ธนัท วิรบุตร์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
273670
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082018487"
    }
}
date
2550
deka_no
1379/2550
deka_running_no
1379
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์",
    "สิทธิชัย รุ่งตระกูล",
    "ธนัท วิรบุตร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "บริษัทวรสวัสดิ์เท็กซ์ไทล์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวกัลยา หรือนางกัลยา ผลพิบูลย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3584/2544 และ 3692/2544 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ระหว่างพิจารณา บริษัทวรสวัสดิ์เท็กซ์ไทล์ จำกัด ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (ที่ถูก มาตรา 4 (1) (3)) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 6 กระทง จำคุกกระทงละ 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 12 เดือน แต่ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3584/2544 และ 3692/2544 ของศาลชั้นต้นนั้น เนื่องจากทั้งสองคดีดังกล่าวศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษา คำขอส่วนนี้จึงให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 6 กระทง จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2545 มีผลเป็นการยอมความอันทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หรือไม่ เห็นว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว จำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยสามารถเจรจาตกลงกับโจทก์ร่วมได้แล้ว โดยจำเลยจะผ่อนชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ร่วมเป็นงวด งวดละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท รวม 30 งวด งวดละ 1 เดือน โดยผ่อนชำระงวดแรกภายในวันที่ 10 เมษายน 2545 และงวดต่อไปทุกวันที่ 10 ของเดือน ขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการพิพากษาคดีออกไปเพื่อให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงกับโจทก์ร่วม และเมื่อจำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วนแล้ว โจทก์ร่วมจะได้ถอนคำร้องทุกข์ต่อไป ศาลชั้นต้นสอบโจทก์ร่วมแล้วโจทก์ร่วมแถลงว่าได้ทำความตกลงกันดังที่จำเลยแถลงจริง เห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าโจทก์ร่วมตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขให้จำเลยต้องชำระเงินให้แก่โจทก์ร่วมจนครบถ้วนเสียก่อน โจทก์ร่วมจึงจะถอนคำร้องทุกข์ให้ แสดงว่าในระหว่างนั้นโจทก์ร่วมยังติดใจที่จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยอยู่ ข้อตกลงดังกล่าวหามีผลเป็นการยอมความอันทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ดังที่จำเลยฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000699.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550