คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2550 ฉบับเต็ม

#273672
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1646/2550 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์ นางกัลยา ควนสุวรรณ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 137 การที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพันตำรวจตรี ม. ในฐานะพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2543 และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอก ส. ในฐานะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 24ตุลาคม 2543 กรณี จ. ร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า จ. เป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตายนั้น เป็นการกระทำต่อเนื่องกัน แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นการกระทำคนละวันและต่อเจ้าพนักงานตำรวจคนละคนกันก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาเดียวกันคือเจตนาเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงตามที่เคยแจ้งข้อความไว้ต่อพนักงานสอบสวน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 จำคุก 2 เดือน และปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2543 จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพันตำรวจตรีมีชัย ใยจันอัด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวงว่า นายจวน ดวงศรี เป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 70-1482 กาญจนบุรี เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ราชบุรี ช-3710 เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตาย ต่อมาวันที่ 24 ตุลาคม 2543 จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ ลิ่วไธสงค์ เจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ในฐานะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายจวนร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเนื่องจากถูกดำเนินคดีอาญาว่า นายจวนเป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-1482 กาญจนบุรี เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ราชบุรี ช-3710 เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตาย ซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้พันตำรวจตรีมีชัย นายจวน และร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ได้รับความเสียหาย มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เห็นว่าการที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพันตำรวจตรีมีชัยในฐานะพนักงานสอบสวน และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ในฐานะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายจวนร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า นายจวนเป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตายนั้น เป็นการกระทำต่อเนื่องกัน แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นการกระทำคนละวันและต่อเจ้าพนักงานตำรวจคนละคนกันก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาเดียวกันคือเจตนาเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงตามที่เคยแจ้งข้อความไว้ต่อพนักงานสอบสวน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ฐานันท์ วรรณโกวิท-เกษม วีรวงศ์-พีรพล พิชยวัฒน์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
273672
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082018276"
    }
}
date
2550
deka_no
1646/2550
deka_running_no
1646
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ฐานันท์ วรรณโกวิท",
    "เกษม วีรวงศ์",
    "พีรพล พิชยวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 137"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางกัลยา ควนสุวรรณ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 จำคุก 2 เดือน และปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2543 จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพันตำรวจตรีมีชัย ใยจันอัด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวงว่า นายจวน ดวงศรี เป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 70-1482 กาญจนบุรี เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ราชบุรี ช-3710 เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตาย ต่อมาวันที่ 24 ตุลาคม 2543 จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ ลิ่วไธสงค์ เจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ในฐานะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายจวนร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเนื่องจากถูกดำเนินคดีอาญาว่า นายจวนเป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70-1482 กาญจนบุรี เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ราชบุรี ช-3710 เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตาย ซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้พันตำรวจตรีมีชัย นายจวน และร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ได้รับความเสียหาย มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เห็นว่าการที่จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพันตำรวจตรีมีชัยในฐานะพนักงานสอบสวน และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ในฐานะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายจวนร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า นายจวนเป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตายนั้น เป็นการกระทำต่อเนื่องกัน แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นการกระทำคนละวันและต่อเจ้าพนักงานตำรวจคนละคนกันก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยมีเจตนาเดียวกันคือเจตนาเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงตามที่เคยแจ้งข้อความไว้ต่อพนักงานสอบสวน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000697.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550