คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2550 ฉบับเต็ม

#273702
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2866/2550 บริษัทโตโยต้ากระบี่ (1988) ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โจทก์ บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 267 โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาต จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉินนั้น ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งเดิม จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกคำร้อง อันมีผลเป็นการยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉินของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคสอง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยกเลิกการแต่งตั้งจำเลยที่ 3 จากการเป็นผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และห้ามแต่งตั้งบุคคลอื่นใดเป็นผู้แทนจำหน่ายในเขตพื้นที่จังหวัดกระบี่อีกต่อไป ห้ามมิให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้า ผลิตภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 3 หรือบุคคลอื่นใดจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่อีกต่อไป แต่ส่งมอบให้โจทก์จำหน่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพียงผู้เดียวตามสัญญาตลอดไป ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ส่งมอบรถยนต์และผลิตภัณฑ์ให้โจทก์จำหน่ายตามสัญญาเดือนละ 2,500,000 บาท ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ในการให้บริการลูกค้า เดือนละ 2,000,000 บาท และค่าปรับจากการละเมิดสำหรับรถยนต์ที่จำเลยที่ 3 จำหน่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่นับแต่เดือนมีนาคม 2546 เป็นต้นไปคิดถึงวันฟ้องรวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 39,820,000 บาท และดอกเบี้ยในค่าเสียหายดังกล่าวอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ พร้อมกับยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์จำหน่ายภายในวันที่ 11 กันยายน 2546 และตลอดไปจนกว่าคดีถึงที่สุด หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ให้จำเลยที่ 3 จำหน่ายแล้ว ให้จำเลยที่ 3 ส่งมอบค่าปรับในการจำหน่ายรถยนต์คันละ 70,000 บาท ตามจำนวนที่จำหน่ายได้มาวางศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ร่วมกันส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่โจทก์ตามสัญญา ตามความจำเป็นและเหมาะสม ภายในระยะเวลาตามสมควรจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งเดิม โดยให้โจทก์นำเงินสดหรือหลักประกันที่เทียบเท่าเงินสดมาวางต่อศาลให้ครบจำนวนราคารถยนต์ที่โจทก์จะสั่งซื้อจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้วให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันส่งมอบรถยนต์แก่โจทก์ ณ ที่ทำการของโจทก์ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่ได้รับคำสั่งซื้อจากโจทก์ เมื่อโจทก์ได้รับรถยนต์แล้วจึงให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับเงินจากศาล จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉินนั้น ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งเดิม จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกคำร้องของโจทก์ อันมีผลเป็นการยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉินของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคสอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์มาเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้น และค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระวัฒน์ ปวราจารย์-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
273702
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017421"
    }
}
date
2550
deka_no
2866/2550
deka_running_no
2866
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 267"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทโตโยต้ากระบี่ (1988)"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยกเลิกการแต่งตั้งจำเลยที่ 3 จากการเป็นผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และห้ามแต่งตั้งบุคคลอื่นใดเป็นผู้แทนจำหน่ายในเขตพื้นที่จังหวัดกระบี่อีกต่อไป ห้ามมิให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้า ผลิตภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 3 หรือบุคคลอื่นใดจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่อีกต่อไป แต่ส่งมอบให้โจทก์จำหน่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่เพียงผู้เดียวตามสัญญาตลอดไป ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ส่งมอบรถยนต์และผลิตภัณฑ์ให้โจทก์จำหน่ายตามสัญญาเดือนละ 2,500,000 บาท ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ในการให้บริการลูกค้า เดือนละ 2,000,000 บาท และค่าปรับจากการละเมิดสำหรับรถยนต์ที่จำเลยที่ 3 จำหน่ายในพื้นที่จังหวัดกระบี่นับแต่เดือนมีนาคม 2546 เป็นต้นไปคิดถึงวันฟ้องรวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 39,820,000 บาท และดอกเบี้ยในค่าเสียหายดังกล่าวอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ พร้อมกับยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์จำหน่ายภายในวันที่ 11 กันยายน 2546 และตลอดไปจนกว่าคดีถึงที่สุด หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบรถยนต์ให้จำเลยที่ 3 จำหน่ายแล้ว ให้จำเลยที่ 3 ส่งมอบค่าปรับในการจำหน่ายรถยนต์คันละ 70,000 บาท ตามจำนวนที่จำหน่ายได้มาวางศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ร่วมกันส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่โจทก์ตามสัญญา ตามความจำเป็นและเหมาะสม ภายในระยะเวลาตามสมควรจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉิน

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งเดิม โดยให้โจทก์นำเงินสดหรือหลักประกันที่เทียบเท่าเงินสดมาวางต่อศาลให้ครบจำนวนราคารถยนต์ที่โจทก์จะสั่งซื้อจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้วให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันส่งมอบรถยนต์แก่โจทก์ ณ ที่ทำการของโจทก์ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่ได้รับคำสั่งซื้อจากโจทก์ เมื่อโจทก์ได้รับรถยนต์แล้วจึงให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับเงินจากศาล

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาต่อศาลชั้นต้นในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉินนั้น ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งแก้ไขคำสั่งเดิม จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกคำร้องของโจทก์ อันมีผลเป็นการยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในเหตุฉุกเฉินของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคสอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์มาเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้น และค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000689.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550