คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4919/2543 ฉบับเต็ม

#34183
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4919/2543 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นาย เกรียงศักดิ์ เนตรโพธิ์แก้วหรือเนตรโพแก้ว จำเลย ป.อ. มาตรา 59, มาตรา 80, มาตรา 288, มาตรา 295 บริเวณที่ผู้เสียหายถูกแทงอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายลึกประมาณ 3 ถึง 4เซนติเมตร ถ้าหากถูกแทงแรงกว่านี้ อาจจะทำให้ถึงแก่ความตายเนื่องจาก ทะลุหัวใจ แม้อาวุธมีดของกลางจะเป็นมีดขนาดเล็กที่ใช้ปลอกผลไม้ แต่ก็มีความยาวเฉพาะใบมีดถึง 11 เซนติเมตร กว้าง 1.7 เซนติเมตร และมีความแหลมพอที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ เมื่อจำเลย แทงผู้เสียหายบริเวณอวัยวะสำคัญจนมีดหัก แสดงว่า แทงโดยแรงแล้ว ยังได้ใช้ขวดสุราและขวดน้ำตีที่ศีรษะผู้เสียหายอีกหลายครั้ง ส่องแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายมิใช่เพียงเจตนาทำร้าย เมื่อการกระทำของ จำเลยไม่บรรลุผลจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 33 ริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี ริบมีดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีผู้เสียหาย นางสาวเพชรรัตน์ นราโต และนายนิคม ปานมณี มาเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยใช้อาวุธมีดปลายแหลมที่เตรียมมาแทงที่บริเวณราวนมผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายเซล้มไปที่โต๊ะด้านข้าง จำเลยใช้ขวดเหล้าและขวดน้ำตีที่ศีรษะผู้เสียหายอีกหลายครั้งจนศีรษะผู้เสียหายแตกอาวุธมีดที่จำเลยแทงผู้เสียหายหักตกอยู่บนพื้นที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยหลบหนีไป และนายธำรง ประสพโภคากร พยานแพทย์ผู้ตรวจรักษาผู้เสียหายเบิกความว่า บริเวณที่ผู้เสียหายถูกแทงนี้อยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายลึกประมาณ 3 ถึง 4 เซนติเมตร ถ้าหากผู้เสียหายถูกแทงแรงกว่านี้ ก็อาจจะทำให้ถึงแก่ความตายเนื่องจากทะลุหัวใจ ผู้เสียหายเป็นหญิงหากจะทำให้บาดแผลถึงหัวใจแล้วอาวุธที่ใช้แทงต้องมีความยาว10 เซนติเมตรขึ้นไป เห็นว่า แม้อาวุธมีดของกลางจะเป็นมีดขนาดเล็กที่ใช้ปลอกผลไม้ แต่ก็มีความยาวเฉพาะใบมีดถึง 11 เซนติเมตร กว้าง 1.7 เซนติเมตร และมีความแหลมพอที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ เมื่อจำเลยแทงผู้เสียหายบริเวณอวัยวะสำคัญจนมีดหัก แสดงว่า แทงโดยแรงแล้วยังได้ใช้ขวดสุราและขวดน้ำตีที่ศีรษะผู้เสียหายอีกหลายครั้ง ส่องแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายมิใช่เพียงเจตนาทำร้าย เมื่อการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดเพียงฐานทำร้ายผู้เสียหายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (วิเทพ ศิริพากย์-มงคล ทับเที่ยง-ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
34183
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072458"
    }
}
date
2543
deka_no
4919/2543
deka_running_no
4919
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 59",
            "ม. 80",
            "ม. 288",
            "ม. 295"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย เกรียงศักดิ์ เนตรโพธิ์แก้วหรือเนตรโพแก้ว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 33 ริบมีดของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี ริบมีดของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีผู้เสียหาย นางสาวเพชรรัตน์ นราโต และนายนิคม ปานมณี มาเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยใช้อาวุธมีดปลายแหลมที่เตรียมมาแทงที่บริเวณราวนมผู้เสียหาย 1 ครั้ง ผู้เสียหายเซล้มไปที่โต๊ะด้านข้าง จำเลยใช้ขวดเหล้าและขวดน้ำตีที่ศีรษะผู้เสียหายอีกหลายครั้งจนศีรษะผู้เสียหายแตกอาวุธมีดที่จำเลยแทงผู้เสียหายหักตกอยู่บนพื้นที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยหลบหนีไป และนายธำรง ประสพโภคากร พยานแพทย์ผู้ตรวจรักษาผู้เสียหายเบิกความว่า บริเวณที่ผู้เสียหายถูกแทงนี้อยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายลึกประมาณ 3 ถึง 4 เซนติเมตร ถ้าหากผู้เสียหายถูกแทงแรงกว่านี้ ก็อาจจะทำให้ถึงแก่ความตายเนื่องจากทะลุหัวใจ ผู้เสียหายเป็นหญิงหากจะทำให้บาดแผลถึงหัวใจแล้วอาวุธที่ใช้แทงต้องมีความยาว10 เซนติเมตรขึ้นไป เห็นว่า แม้อาวุธมีดของกลางจะเป็นมีดขนาดเล็กที่ใช้ปลอกผลไม้ แต่ก็มีความยาวเฉพาะใบมีดถึง 11 เซนติเมตร กว้าง 1.7 เซนติเมตร และมีความแหลมพอที่จะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ เมื่อจำเลยแทงผู้เสียหายบริเวณอวัยวะสำคัญจนมีดหัก แสดงว่า แทงโดยแรงแล้วยังได้ใช้ขวดสุราและขวดน้ำตีที่ศีรษะผู้เสียหายอีกหลายครั้ง ส่องแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายมิใช่เพียงเจตนาทำร้าย เมื่อการกระทำของจำเลยไม่บรรลุผลจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดเพียงฐานทำร้ายผู้เสียหายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001185.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543