คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMINที่ 5100/2543 ฉบับเต็ม

#34186
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 5100/2543 นาย พงษ์ศักดิ์ เจริญวิกวัย ผู้ถูกกล่าวหา ป.อ. มาตรา 56 ป.วิ.พ. มาตรา 31 ป.วิ.อ. มาตรา 15 อาคารที่ทำการศาลยุติธรรมเป็นสถานที่อำนวยความยุติธรรม ให้แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี บุคคลผู้มีอรรถคดีต้องมีความมั่นใจ และมีความอบอุ่นในความปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง การที่ ผู้ถูกกล่าวหาพกพาอาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงดังกล่าวเข้าไปใน บริเวณที่ทำการศาล แสดงถึงความไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นความผิดร้ายแรง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษ จำคุกผู้ถูกกล่าวหา 2 เดือนและไม่รอการลงโทษเหมาะสมแก่ พฤติการณ์แห่งรูปคดีและเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว ไม่มีเหตุ ที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากพลตำรวจสมพงษ์ แก้วตา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาลจังหวัดสุพรรณบุรี รายงานว่า ขณะที่พลตำรวจสมพงษ์ปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดตรวจอาวุธหน้าศาล มีนายพงษ์ศักดิ์ เจริญวิกวัย จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 4424/2542 ของศาลชั้นต้น ข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านเครื่องตรวจอาวุธเข้ามา จึงได้ทำการค้นตัวพบอาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ขนาด .32ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ไม่มีหมายเลขทะเบียน พร้อมกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน2 นัด และปลอกกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้า จึงรายงานให้ศาลทราบ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ผู้ถูกกล่าวหารับว่าได้พกพาอาวุธปืนดังกล่าวเข้าไปในบริเวณที่ทำการของศาลจริง เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) อาศัยอำนาจประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33 (ที่ถูกประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15) ให้จำคุกผู้กล่าวหามีกำหนด 6 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดมาตราส่วนโทษให้ผู้ถูกกล่าวหากึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 3 เดือน และลดโทษให้อีกหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อาคารที่ทำการศาลยุติธรรมเป็นสถานที่อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี บุคคลผู้มีอรรถคดีต้องมีความมั่นใจและมีความอบอุ่นในความปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง การที่ผู้ถูกกล่าวหาพกพาอาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงดังกล่าวเข้าไปในบริเวณที่ทำการศาลแสดงถึงความไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นความผิดร้ายแรง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหา และไม่รอการลงโทษเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีและเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ดลจรัส รัตนโศภิต-สมศักดิ์ วงศ์ยืน-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
34186
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072347"
    }
}
date
2543
deka_no
5100/2543
deka_running_no
5100
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "สมศักดิ์ วงศ์ยืน",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ถูกกล่าวหา",
        "name": "นาย พงษ์ศักดิ์ เจริญวิกวัย"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากพลตำรวจสมพงษ์ แก้วตา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาลจังหวัดสุพรรณบุรี รายงานว่า ขณะที่พลตำรวจสมพงษ์ปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดตรวจอาวุธหน้าศาล มีนายพงษ์ศักดิ์ เจริญวิกวัย จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 4424/2542 ของศาลชั้นต้น ข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านเครื่องตรวจอาวุธเข้ามา จึงได้ทำการค้นตัวพบอาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ขนาด .32ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ไม่มีหมายเลขทะเบียน พร้อมกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน2 นัด และปลอกกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้า จึงรายงานให้ศาลทราบ

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ผู้ถูกกล่าวหารับว่าได้พกพาอาวุธปืนดังกล่าวเข้าไปในบริเวณที่ทำการของศาลจริง เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) อาศัยอำนาจประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33 (ที่ถูกประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15) ให้จำคุกผู้กล่าวหามีกำหนด 6 เดือน

ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ลดมาตราส่วนโทษให้ผู้ถูกกล่าวหากึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 3 เดือน และลดโทษให้อีกหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อาคารที่ทำการศาลยุติธรรมเป็นสถานที่อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดี บุคคลผู้มีอรรถคดีต้องมีความมั่นใจและมีความอบอุ่นในความปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง การที่ผู้ถูกกล่าวหาพกพาอาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงดังกล่าวเข้าไปในบริเวณที่ทำการศาลแสดงถึงความไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นความผิดร้ายแรง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหา และไม่รอการลงโทษเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีและเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001184.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN
year
2543