คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4634/2543 ฉบับเต็ม

#34983
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4634/2543 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นาย สนชัยหรือสนไชย ธัญญเจริญ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 18, มาตรา 120 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทวิ, มาตรา 89 การที่จำเลยซื้อเมทแอมเฟตามีนให้ผู้อื่นเป็นความผิดฐานขายเมทแอมเฟตามีน แต่จำเลยมีที่อยู่และถูกจับที่บ้านในเขตอำเภอ น. และความผิดของจำเลยมิได้เกิดในเขตอำเภอ ด. พนักงานสอบสวนอำเภอ ด. จึงไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้การสอบสวนคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 18 วรรคหนึ่ง ต้องถือว่าคดีนี้ยังไม่มีการสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 63, 89, 106 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,89 ลงโทษจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 จำคุก 3 ปี 9 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำผิดฐานขายเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ เห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์แตกต่างกันและขัดต่อเหตุผลไม่มีน้ำหนัก ทำให้ไม่น่าเชื่อว่ามีความผิดเกิดขึ้นและได้มีการจับจำเลยในเขตหมู่ที่ 6 ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช และน่าเชื่อว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ที่บ้านจำเลยซึ่งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลหนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ เนื่องจากจำเลยไม่ยอมไปซื้อเมทแอมเฟตามีนให้อีก 1 ถุง ตามคำเบิกความของจำเลย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ที่บ้านจำเลยอย่างไรก็ตามการที่จำเลยซื้อเมทแอมเฟตามีนให้ผู้อื่นตามข้อเท็จจริงที่ได้ความก็เป็นความผิดฐานขายเมทแอมเฟตามีน แต่จำเลยมีที่อยู่และถูกจับในเขตอำเภอหนองหญ้าไซ และความผิดของจำเลยมิได้เกิดในเขตอำเภอเดิมบางนางบวช พนักงานสอบสวนอำเภอเดิมบางนางบวชจึงไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ การสอบสวนคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคหนึ่ง ต้องถือว่าคดีนี้ยังไม่มีการสอบสวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 แม้จำเลยกล่าวในฎีกาแต่เพียงว่า เหตุเกิดที่อำเภอหนองหญ้าไซ มิได้ยกเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์เป็นประเด็นในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เพราะเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (สกนธ์ กฤติยาวงศ์-ทองหล่อ โฉมงาม-ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
34983
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072912"
    }
}
date
2543
deka_no
4634/2543
deka_running_no
4634
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 120"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 13 ทวิ",
            "ม. 89"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สนชัยหรือสนไชย ธัญญเจริญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 63, 89, 106

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,89 ลงโทษจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 จำคุก 3 ปี 9 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำผิดฐานขายเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ เห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์แตกต่างกันและขัดต่อเหตุผลไม่มีน้ำหนัก ทำให้ไม่น่าเชื่อว่ามีความผิดเกิดขึ้นและได้มีการจับจำเลยในเขตหมู่ที่ 6 ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช และน่าเชื่อว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ที่บ้านจำเลยซึ่งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลหนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ เนื่องจากจำเลยไม่ยอมไปซื้อเมทแอมเฟตามีนให้อีก 1 ถุง ตามคำเบิกความของจำเลย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ที่บ้านจำเลยอย่างไรก็ตามการที่จำเลยซื้อเมทแอมเฟตามีนให้ผู้อื่นตามข้อเท็จจริงที่ได้ความก็เป็นความผิดฐานขายเมทแอมเฟตามีน แต่จำเลยมีที่อยู่และถูกจับในเขตอำเภอหนองหญ้าไซ และความผิดของจำเลยมิได้เกิดในเขตอำเภอเดิมบางนางบวช พนักงานสอบสวนอำเภอเดิมบางนางบวชจึงไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้ การสอบสวนคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรคหนึ่ง ต้องถือว่าคดีนี้ยังไม่มีการสอบสวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 แม้จำเลยกล่าวในฎีกาแต่เพียงว่า เหตุเกิดที่อำเภอหนองหญ้าไซ มิได้ยกเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์เป็นประเด็นในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เพราะเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย"

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001189.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543