คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4861/2543 ฉบับเต็ม

#34988
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4861/2543 นาง สวงษ์ ดีขะนุ โจทก์ นาย ประดิษฐ์ ย่อมครบุรี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 93 (1) จำเลยเบิกความยอมรับว่า เป็นผู้เขียนข้อความทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งเป็นผู้วาดแผนที่ไว้ในสำเนาแบบแสดงรายการที่ดินแม้เอกสารดังกล่าวจะมิใช่ต้นฉบับที่แท้จริง แต่เป็นภาพถ่ายสำเนามาจากต้นฉบับซึ่งจำเลยยอมรับว่าเป็นผู้เขียนเอง เมื่อโจทก์ก็ยอมรับไม่โต้เถียงความไม่ถูกต้อง จึงต้องถือว่าคู่ความทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้ว สามารถรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(1) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามทางทิศใต้ของที่ดินโจทก์ออกไป และห้ามมิให้จำเลยพร้อมบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินของโจทก์แล้วเสร็จ และเลิกเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามด้านทิศใต้ของที่ดินโจทก์ออกไปและห้ามมิให้จำเลยพร้อมบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นฎีกาว่าที่พิพาทตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.3 เป็นของโจทก์ซึ่งได้มาจากการยกให้ของจำเลย ตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง คดีมีประเด็นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาเฉพาะในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายเพียงประเด็นเดียวคือ สำเนาแบบแสดงรายการที่ดินเอกสารหมาย จ.1 จะรับฟังเป็นพยานตามกฎหมายได้หรือไม่ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93(1) บัญญัติไว้มีใจความสาระสำคัญว่า การอ้างเอกสารเป็นพยานนั้นให้ยอมรับฟังได้แต่ต้นฉบับเอกสารเท่านั้น เว้นแต่เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้ว จึงให้ศาลยอมรับฟังสำเนาเช่นว่านั้นได้ เห็นว่า จำเลยเบิกความยอมรับว่าเป็นผู้เขียนข้อความทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งเป็นผู้วาดแผนที่ไว้ในเอกสารหมาย จ.1 จริง แม้เอกสารหมาย จ.1 จะมิใช่ต้นฉบับที่แท้จริง แต่เป็นภาพถ่ายสำเนามาจากต้นฉบับซึ่งจำเลยยอมรับว่าเป็นผู้เขียนขึ้นเอง เมื่อโจทก์ก็ยอมรับไม่โต้เถียงความไม่ถูกต้องจึงต้องถือว่าคู่ความทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้วเอกสารหมาย จ.1 จึงสามารถรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(1) พิพากษายืน (มงคล ทับเที่ยง-วิเทพ ศิริพากย์-ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
34988
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072568"
    }
}
date
2543
deka_no
4861/2543
deka_running_no
4861
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 93 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง สวงษ์ ดีขะนุ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ประดิษฐ์ ย่อมครบุรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามทางทิศใต้ของที่ดินโจทก์ออกไป และห้ามมิให้จำเลยพร้อมบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินของโจทก์แล้วเสร็จ และเลิกเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามด้านทิศใต้ของที่ดินโจทก์ออกไปและห้ามมิให้จำเลยพร้อมบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นฎีกาว่าที่พิพาทตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.3 เป็นของโจทก์ซึ่งได้มาจากการยกให้ของจำเลย ตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง คดีมีประเด็นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาเฉพาะในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายเพียงประเด็นเดียวคือ สำเนาแบบแสดงรายการที่ดินเอกสารหมาย จ.1 จะรับฟังเป็นพยานตามกฎหมายได้หรือไม่ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93(1) บัญญัติไว้มีใจความสาระสำคัญว่า การอ้างเอกสารเป็นพยานนั้นให้ยอมรับฟังได้แต่ต้นฉบับเอกสารเท่านั้น เว้นแต่เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้ว จึงให้ศาลยอมรับฟังสำเนาเช่นว่านั้นได้ เห็นว่า จำเลยเบิกความยอมรับว่าเป็นผู้เขียนข้อความทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งเป็นผู้วาดแผนที่ไว้ในเอกสารหมาย จ.1 จริง แม้เอกสารหมาย จ.1 จะมิใช่ต้นฉบับที่แท้จริง แต่เป็นภาพถ่ายสำเนามาจากต้นฉบับซึ่งจำเลยยอมรับว่าเป็นผู้เขียนขึ้นเอง เมื่อโจทก์ก็ยอมรับไม่โต้เถียงความไม่ถูกต้องจึงต้องถือว่าคู่ความทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้วเอกสารหมาย จ.1 จึงสามารถรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(1)

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001186.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543