คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5150/2543 ฉบับเต็ม

#34994
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5150/2543 นาย จตุรงค์ คล่องแคล่ว โจทก์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 140 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 25, มาตรา 26, มาตรา 31 ศาลแรงงานกลางนัดฟังคำพิพากษาและได้ปิดประกาศแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้โจทก์ทราบที่หน้าศาลโดยให้มีผลทันทีแล้วตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 25,26 จึงต้องถือว่าโจทก์ได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาตั้งแต่วันดังกล่าวแล้ว เมื่อโจทก์ไม่ไปฟังคำพิพากษาในวันนัดและศาลแรงงานกลางได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังโดยจดแจ้งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า ถือว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาตามกฎหมายแล้ว จึงต้องถือว่าได้มีการอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังแล้วในวันนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 140 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 โจทก์จะอ้างว่ายังไม่ทราบคำพิพากษาไม่ได้ โจทก์ไม่ติดตามตรวจสอบว่าศาลแรงงานกลางได้มีคำพิพากษาแล้วหรือไม่ เมื่อใด เพราะเข้าใจว่าช่วงนั้นศาลแรงงานกลางมีงานเกี่ยวกับการพิพากษาคดีจำนวนมาก ก็ถือว่าเป็นความผิดหรือบกพร่องของโจทก์เองไม่ใช่ความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ศาลจะพึงขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าบำเหน็จจำนวน 32,800 บาท แก่โจทก์คำขออื่นให้ยกโดยศาลแรงงานกลางอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542 วันที่ 25 มกราคม 2543 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน อ้างว่าในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายโจทก์ไม่ได้ไปศาลจึงไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาและไม่ได้ไปฟังคำพิพากษา ทั้งเข้าใจว่าช่วงปลายปีต่อกับช่วงต้นปีงานพิพากษาคดีและงานพิมพ์คำพิพากษาของศาลมีมากจึงเพิ่งไปตรวจดูสำนวนและทราบว่าศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542 ในวันยื่นคำร้องซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ไปแล้ว โจทก์มิได้มีเจตนาไม่ยื่นอุทธรณ์ในกำหนด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า เหตุที่อ้างเป็นความเข้าใจของโจทก์เอง ไม่ใช่เหตุจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมของทั้งสองฝ่ายตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 26 จึงไม่สมควรขยายระยะเวลาให้ทั้งยังเป็นการยื่นคำร้องขอขยายภายหลังจากพ้นระยะเวลาแล้วโดยไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัย ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะไม่ได้ไปศาลในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายซึ่งเป็นวันที่ศาลแรงงานกลางได้กำหนดวันนัดฟังคำพิพากษา แต่ก็ปรากฏในสำนวนว่าศาลแรงงานกลางนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 30 ธันวาคม 2542 และได้ปิดประกาศแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้โจทก์ทราบที่หน้าศาลโดยให้มีผลทันทีแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2542 ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 25,26 จึงต้องถือว่าโจทก์ได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาแล้วตั้งแต่วันดังกล่าว เมื่อโจทก์ไม่ไปฟังคำพิพากษาในวันนัดและศาลแรงงานกลางได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังโดยจดแจ้งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า ถือว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาตามกฎหมายแล้ว จึงต้องถือว่าได้มีการอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังแล้วในวันนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31โจทก์จะอ้างว่ายังไม่ทราบคำพิพากษาไม่ได้ การที่โจทก์ไม่ติดตามตรวจสอบว่าศาลแรงงานกลางได้มีคำพิพากษาแล้วหรือไม่ เมื่อใดเพราะเข้าใจว่าช่วงนั้นศาลแรงงานกลางมีงานเกี่ยวกับการพิพากษาคดีจำนวนมาก ก็ถือว่าเป็นความผิดหรือบกพร่องของโจทก์เอง ไม่ใช่ความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ศาลจะพึงขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ พิพากษายืน (จรัส พวงมณี-สละ เทศรำพรรณ-กมล เพียรพิทักษ์) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
34994
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072241"
    }
}
date
2543
deka_no
5150/2543
deka_running_no
5150
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "สละ เทศรำพรรณ",
    "กมล เพียรพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 140"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 25",
            "ม. 26",
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย จตุรงค์ คล่องแคล่ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าบำเหน็จจำนวน 32,800 บาท แก่โจทก์คำขออื่นให้ยกโดยศาลแรงงานกลางอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542

วันที่ 25 มกราคม 2543 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน อ้างว่าในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายโจทก์ไม่ได้ไปศาลจึงไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาและไม่ได้ไปฟังคำพิพากษา ทั้งเข้าใจว่าช่วงปลายปีต่อกับช่วงต้นปีงานพิพากษาคดีและงานพิมพ์คำพิพากษาของศาลมีมากจึงเพิ่งไปตรวจดูสำนวนและทราบว่าศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2542 ในวันยื่นคำร้องซึ่งพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ไปแล้ว โจทก์มิได้มีเจตนาไม่ยื่นอุทธรณ์ในกำหนด

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า เหตุที่อ้างเป็นความเข้าใจของโจทก์เอง ไม่ใช่เหตุจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมของทั้งสองฝ่ายตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 26 จึงไม่สมควรขยายระยะเวลาให้ทั้งยังเป็นการยื่นคำร้องขอขยายภายหลังจากพ้นระยะเวลาแล้วโดยไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัย ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะไม่ได้ไปศาลในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดสุดท้ายซึ่งเป็นวันที่ศาลแรงงานกลางได้กำหนดวันนัดฟังคำพิพากษา แต่ก็ปรากฏในสำนวนว่าศาลแรงงานกลางนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 30 ธันวาคม 2542 และได้ปิดประกาศแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้โจทก์ทราบที่หน้าศาลโดยให้มีผลทันทีแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2542 ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 25,26 จึงต้องถือว่าโจทก์ได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาแล้วตั้งแต่วันดังกล่าว เมื่อโจทก์ไม่ไปฟังคำพิพากษาในวันนัดและศาลแรงงานกลางได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังโดยจดแจ้งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า ถือว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาตามกฎหมายแล้ว จึงต้องถือว่าได้มีการอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังแล้วในวันนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31โจทก์จะอ้างว่ายังไม่ทราบคำพิพากษาไม่ได้ การที่โจทก์ไม่ติดตามตรวจสอบว่าศาลแรงงานกลางได้มีคำพิพากษาแล้วหรือไม่ เมื่อใดเพราะเข้าใจว่าช่วงนั้นศาลแรงงานกลางมีงานเกี่ยวกับการพิพากษาคดีจำนวนมาก ก็ถือว่าเป็นความผิดหรือบกพร่องของโจทก์เอง ไม่ใช่ความจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ศาลจะพึงขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001183.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543