ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5495/2543
นาย สุชิน ญาณสุภาพ กับพวก
โจทก์
นาย เสงี่ยม แพทย์สิทธิ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย ตุ๋ย แพทย์สิทธิ์
จำเลย
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.ที่ดิน มาตรา 77
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของ ต. โดย ต. ยกให้แก่โจทก์ในขณะที่ ต. ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังไม่ได้โอนทางทะเบียน ต่อมาศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ใส่ชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้โดยการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 77 และกฎกระทรวงฉบับที่ 7(พ.ศ. 2497) ข้อ 9 แต่จะฟ้องจำเลยผู้จัดการมรดกของ ต. ให้จดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองให้โจทก์ไม่ได้เพราะจำเลยไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองแก่โจทก์
___________________________
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายตุ๋ยแพทย์สิทธิ์ ผู้ตาย ตามคำสั่งศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)เฉพาะส่วนของนายตุ๋ย แพทย์สิทธิ์ เนื้อที่ 2 งาน 66 ตารางวา โดยโจทก์ทั้งสองได้ที่ดินดังกล่าวมาตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีหมายเลขแดงที่ 15/2536 ของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดแล้ว โจทก์ทั้งสองครอบครองที่ดินดังกล่าวอย่างเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่า 10 ปี ขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายตุ๋ย แพทย์สิทธิ์ ไปจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสอง หากไม่ไปให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เล่ม 1 หน้า 87 หมู่ที่ 4 ตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เฉพาะส่วนที่เป็นชื่อของนายตุ๋ยแพทย์สิทธิ์ เนื้อที่ 2 งาน 66 ตารางวา ซึ่งเป็นที่พิพาทคดีนี้ โดยนายตุ๋ยยกที่พิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองในขณะที่นายตุ๋ยยังมีชีวิตอยู่ โจทก์ทั้งสองได้เข้าครอบครองที่พิพาทตลอดมาแต่ยังไม่ได้โอนทางทะเบียน ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองคดีถึงที่สุดแล้วตามคดีหมายเลขแดงที่ 15/2536 ของศาลชั้นต้น การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยให้ไปจดทะเบียนโอนที่พิพาทให้เป็นชื่อของโจทก์ทั้งสองนั้นเห็นว่า ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใด ๆ รับรองสิทธิของโจทก์ทั้งสองให้ฟ้องร้องบังคับคดีต่อจำเลยได้เพราะจำเลยไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองแก่โจทก์ทั้งสอง เมื่อโจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองตามกฎหมายอยู่แล้วโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ใส่ชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ได้ โดยการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 77 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497)ข้อ 9 จึงไม่มีผู้ใดกระทำการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสองตามกฎหมายอันจะทำให้โจทก์ทั้งสองนำคดีมาฟ้องร้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตามกฎหมาย
พิพากษายืน
(มงคล ทับเที่ยง-วิเทพ ศิริพากย์-ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ)
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ