คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5613/2543 ฉบับเต็ม

#35004
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5613/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาว จินตรัตน์หรือเอ๋ ฤกษ์รูจี จำเลย ป.อ. มาตรา 58, มาตรา 78 การที่ศาลเห็นว่าคดีมีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยให้การรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาในคดีนี้ ก็มีอำนาจที่จะลดโทษให้แก่จำเลยได้กึ่งหนึ่งของโทษที่จะได้รับในคดีนี้ได้ แต่ไม่มีอำนาจที่จะไปลดโทษในคดีอื่นที่ศาลรอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้และโจทก์ขอให้นำโทษมาบวกกับโทษคดีนี้ที่มิได้พิพากษาเพียงแต่สามารถนำโทษในคดีอื่นที่ถึงที่สุดแล้วมาบวกกับโทษที่จำเลยจะได้รับในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91 และ 102 ริบของกลาง และบวกโทษจำคุกจำเลยที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าวข้างต้นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคแรก, 57, 66 วรรคแรก, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก1 ปี รวมจำคุก 11 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี 6 เดือน กับให้บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 25/2542 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 6 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลยรวม 6 ปี เป็นการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กล่าวคือ ซึ่งจำเลยเห็นว่าโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 25/2542 จำเลยควรจะได้รับการลดโทษลงอีกกึ่งหนึ่งในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 รวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้นควรจะเป็น 5 ปี 9 เดือน เห็นว่า การที่ศาลเห็นว่าคดีมีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยให้การรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาในคดีนี้ ก็มีอำนาจที่จะลดโทษให้แก่จำเลยได้กึ่งหนึ่งของโทษที่จะได้รับในคดีนี้ได้ แต่ไม่มีอำนาจที่จะไปลดโทษในคดีอื่นที่มิได้พิพากษาเพียงแต่สามารถนำโทษในคดีอื่นที่ถึงที่สุดแล้วมาบวกกับโทษที่จำเลยจะได้รับในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลมีคำพิพากษารอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มาบวกกับโทษในคดีนี้โดยไม่มีการลดโทษให้อีก จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิพากษายืน (มงคล ทับเที่ยง-วิเทพ ศิริพากย์-ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35004
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082071586"
    }
}
date
2543
deka_no
5613/2543
deka_running_no
5613
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "วิเทพ ศิริพากย์",
    "ปุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 58",
            "ม. 78"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว จินตรัตน์หรือเอ๋ ฤกษ์รูจี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91 และ 102 ริบของกลาง และบวกโทษจำคุกจำเลยที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าวข้างต้นเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคแรก, 57, 66 วรรคแรก, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก1 ปี รวมจำคุก 11 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี 6 เดือน กับให้บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลรอการลงโทษไว้ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 25/2542 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 6 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำคุกจำเลยรวม 6 ปี เป็นการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กล่าวคือ ซึ่งจำเลยเห็นว่าโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 25/2542 จำเลยควรจะได้รับการลดโทษลงอีกกึ่งหนึ่งในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 รวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้นควรจะเป็น 5 ปี 9 เดือน เห็นว่า การที่ศาลเห็นว่าคดีมีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยให้การรับสารภาพอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาในคดีนี้ ก็มีอำนาจที่จะลดโทษให้แก่จำเลยได้กึ่งหนึ่งของโทษที่จะได้รับในคดีนี้ได้ แต่ไม่มีอำนาจที่จะไปลดโทษในคดีอื่นที่มิได้พิพากษาเพียงแต่สามารถนำโทษในคดีอื่นที่ถึงที่สุดแล้วมาบวกกับโทษที่จำเลยจะได้รับในคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุก 6 เดือน ที่ศาลมีคำพิพากษารอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มาบวกกับโทษในคดีนี้โดยไม่มีการลดโทษให้อีก จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001177.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543