คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6834/2543 ฉบับเต็ม

#35015
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6834/2543 นางสาว จินดารัตน์ สุทธิพรกุล โจทก์ นางสาว ปฏิญญา ดุษฎีวนิช จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174, มาตรา 246, มาตรา ตาราง 1 จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ในส่วนของฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์จึงสั่งจำหน่ายคดีได้เฉพาะฟ้องแย้งของจำเลยเท่านั้น จะสั่งจำหน่ายคดีทั้งหมดรวมทั้งอุทธรณ์ ในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องของโจทก์ด้วยไม่ได้ จำเลยฎีกาขอให้ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาซึ่งจำเลยอุทธรณ์ทั้งคดีคือส่วนฟ้องของโจทก์และคดีส่วนฟ้องแย้งของจำเลยโดยให้จำเลยชำระ ค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่ให้ครบถ้วนก่อนอ่านคำพิพากษา เป็นคำขอให้ ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลฎีกา ในส่วนฟ้องของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยอย่างละ 200 บาท ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คและดอกเบี้ยจำนวน 526,552 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ชำระเงินจำนวน146,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องแย้งเป็นเงิน 11,730 บาท รวมเป็นเงิน 157,730 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามเช็คแต่ละฉบับ นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแต่ละฉบับเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จากจำเลยให้ครบก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้งดอ่านคำพิพากษาและส่งคำพิพากษาพร้อมสำนวนคือศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นได้หมายแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งที่ให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบให้แก่จำเลยโดยชอบแล้ว ครั้นถึงวันนัดจำเลยไม่ไปศาลและมิได้เสียค่าขึ้นศาลตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงส่งคำพิพากษาและสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ขาดจำนวน 3,942.50 บาท ให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว แต่จำเลยมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ขาดจำนวน 3,942.50 บาท มาชำระภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจำเลยออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องของโจทก์และส่วนของฟ้องแย้ง จำเลยได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามทุนทรัพย์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ส่วนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนทุนทรัพย์ที่จำเลยฟ้องแย้งยังมิได้เสีย ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนของฟ้องแย้งให้ครบ จำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในเวลาที่ศาลกำหนดถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ในส่วนของฟ้องแย้ง ซึ่งศาลอุทธรณ์จะสั่งจำหน่ายคดีได้เฉพาะฟ้องแย้งของจำเลยเท่านั้น จะสั่งจำหน่ายคดีทั้งหมดรวมทั้งอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องของโจทก์ด้วยไม่ได้ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีทั้งหมดจึงไม่ชอบ อนึ่ง จำเลยฎีกาขอให้ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาซึ่งจำเลยอุทธรณ์ทั้งคดี คือส่วนฟ้องของโจทก์และคดีส่วนฟ้องแย้งของจำเลยโดยให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่ให้ครบถ้วนก่อนอ่านคำพิพากษา ดังนั้น ฎีกาของจำเลยจึงเป็น คำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในส่วนฟ้องของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยอย่างละ 200บาท รวมเป็น 400 บาท แต่จำเลยเสียเกินมาจึงสมควรคืนส่วนที่เกินให้จำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินมาแก่จำเลย (ชวลิต ตุลยสิงห์-ระพินทร บรรจงศิลป-สมชาย จุลนิติ์) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35015
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070909"
    }
}
date
2543
deka_no
6834/2543
deka_running_no
6834
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "ระพินทร บรรจงศิลป",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174",
            "ม. 246",
            "ม. ตาราง 1"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว จินดารัตน์ สุทธิพรกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ปฏิญญา ดุษฎีวนิช"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คและดอกเบี้ยจำนวน 526,552 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ชำระเงินจำนวน146,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องแย้งเป็นเงิน 11,730 บาท รวมเป็นเงิน 157,730 บาท

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินตามเช็คแต่ละฉบับ นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแต่ละฉบับเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์จากจำเลยให้ครบก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้งดอ่านคำพิพากษาและส่งคำพิพากษาพร้อมสำนวนคือศาลอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นได้หมายแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งที่ให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบให้แก่จำเลยโดยชอบแล้ว ครั้นถึงวันนัดจำเลยไม่ไปศาลและมิได้เสียค่าขึ้นศาลตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงส่งคำพิพากษาและสำนวนคืนศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ขาดจำนวน 3,942.50 บาท ให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว แต่จำเลยมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่ขาดจำนวน 3,942.50 บาท มาชำระภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 246 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจำเลยออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องของโจทก์และส่วนของฟ้องแย้ง จำเลยได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามทุนทรัพย์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว ส่วนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนทุนทรัพย์ที่จำเลยฟ้องแย้งยังมิได้เสีย ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนของฟ้องแย้งให้ครบ จำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในเวลาที่ศาลกำหนดถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ในส่วนของฟ้องแย้ง ซึ่งศาลอุทธรณ์จะสั่งจำหน่ายคดีได้เฉพาะฟ้องแย้งของจำเลยเท่านั้น จะสั่งจำหน่ายคดีทั้งหมดรวมทั้งอุทธรณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องของโจทก์ด้วยไม่ได้ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีทั้งหมดจึงไม่ชอบ

อนึ่ง จำเลยฎีกาขอให้ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาซึ่งจำเลยอุทธรณ์ทั้งคดี คือส่วนฟ้องของโจทก์และคดีส่วนฟ้องแย้งของจำเลยโดยให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่ให้ครบถ้วนก่อนอ่านคำพิพากษา ดังนั้น ฎีกาของจำเลยจึงเป็น คำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาในส่วนฟ้องของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยอย่างละ 200บาท รวมเป็น 400 บาท แต่จำเลยเสียเกินมาจึงสมควรคืนส่วนที่เกินให้จำเลย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เสียเกินมาแก่จำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001171.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543