คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6883/2543 ฉบับเต็ม

#35016
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6883/2543 ธนาคาร ศรีนคร จำกัด โจทก์ ผู้ซื้อทรัพย์ โจทก์ นาย สวัสดิ์ สุธรรมบุตร โดยนาย สุขเกษม สุธรรมบุตร ทายาท โจทก์ นาย อุดม จันตะนี กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง(เดิม) ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์แล้ว จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี และจำเลยได้ใช้สิทธิในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริต และไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีเจตนาประวิงเวลาในการบังคับคดีของศาล ทำให้ผู้ซื้อทรัพย์ ไม่สามารถนำที่ดินที่ซื้อไปจัดสรรขายได้ ขอให้ยกเลิกการขายและให้ คู่สัญญาทั้งสองกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ มิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืน ต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 ลักษณะ 2 อันว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หากผู้ซื้อทรัพย์เห็นว่า บุคคลใดมีเจตนาไม่สุจริตจงใจ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเรียกร้องเอาจากบุคคลนั้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน7,059,434.07 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยทั้งสองจำนวน 15 แปลง ขายทอดตลาดนายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดในราคา 44,000,000บาท จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ อ้างว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง คดีถึงที่สุด นายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ผู้ซื้อทรัพย์ถึงแก่ความตาย นายสุขเกษม สุธรรมบุตรทายาทของนายสวัสดิ์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต นายสุขเกษม สุธรรมบุตร บุตรนายสวัสดิ์ในฐานะทายาทผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกเลิกสัญญาซื้อขายทรัพย์จากการขายทอดตลาดระหว่างนายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ผู้ซื้อทรัพย์ กับเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายโดยการฝ่าฝืนนั้น แล้วแต่กรณีอาจยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวง หรือวิธีการบังคับคดีใด ๆโดยเฉพาะเสียก็ได้ ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง บัญญัติไว้ แต่กรณีตามคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์เป็นเรื่องที่ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์แล้ว จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกสั่งคำร้องของจำเลยทั้งสองโดยใช้เวลาพิจารณาคดี 2 ปีเศษ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้ว จำเลยทั้งสองได้ใช้สิทธิในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีเจตนาประวิงเวลาในการบังคับคดีของศาลโดยจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาในการยื่นอุทธรณ์หลายครั้ง แต่ในที่สุดจำเลยที่ 2 ก็หาได้อุทธรณ์ไม่ ส่วนจำเลยที่ 1 ก็มิได้นำพยานเข้าสืบในชั้นพิจารณาของศาลแต่อย่างใด นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังเคยเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดและเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายทรัพย์แก่จำเลยที่ 1 ไปแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาซื้อทรัพย์เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องนำทรัพย์ออกขายทอดตลาดใหม่ จากการประวิงเวลาของจำเลยทั้งสองทำให้ผู้ซื้อทรัพย์ไม่สามารถนำที่ดินที่ซื้อไปจัดสรรขายได้ ปรากฏว่าต่อมาเศรษฐกิจของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ธุรกิจการซื้อขายบ้านและที่ดินประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ลูกค้าขาดส่งค่างวด ประชาชนทั่วไปตกงาน ขาดกำลังซื้อ ทำให้โครงการบ้านและที่ดินจัดสรรเป็นจำนวนมากต้องหยุดกิจการลง ทำให้ผู้ซื้อทรัพย์เสียสิทธิและเสียโอกาส ในการดำเนินธุรกิจซื้อขายทรัพย์สินที่ได้จากการขายทอดตลาด ไม่สมประโยชน์แก่ผู้ซื้อทรัพย์ขอให้ยกเลิกการขาย และให้คู่สัญญาทั้งสองกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ซึ่งมิได้เป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 ลักษณะ 2 อันว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแต่อย่างใด ในทางกลับกันหากการเนิ่นช้านั้น ทำให้ที่ดินที่ซื้อขายมีราคาสูงขึ้น ก็ย่อมเกิดประโยชน์แก่ผู้ซื้อทรัพย์โดยเพียงแต่วางมัดจำไว้เท่านั้น ยังไม่ต้องชำระราคาทั้งหมดจึงเป็นเรื่องของการเสี่ยงในทางการค้าแต่อย่างไรก็ดีหากผู้ซื้อทรัพย์เห็นว่า บุคคลใดมีเจตนาไม่สุจริตจงใจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเรียกร้องเอาจากบุคคลนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน (ผล อนุวัตรนิติการ-ระพินทร บรรจงศิลป-สมศักดิ์ เนตรมัย) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35016
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070814"
    }
}
date
2543
deka_no
6883/2543
deka_running_no
6883
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ผล อนุวัตรนิติการ",
    "ระพินทร บรรจงศิลป",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 296 วรรคสอง(เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ศรีนคร จำกัด"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้ซื้อทรัพย์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย สวัสดิ์ สุธรรมบุตร โดยนาย สุขเกษม สุธรรมบุตร ทายาท"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อุดม จันตะนี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน7,059,434.07 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยทั้งสองจำนวน 15 แปลง ขายทอดตลาดนายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดในราคา 44,000,000บาท จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ อ้างว่าการขายทอดตลาดไม่ชอบ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง คดีถึงที่สุด

นายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ผู้ซื้อทรัพย์ถึงแก่ความตาย นายสุขเกษม สุธรรมบุตรทายาทของนายสวัสดิ์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต

นายสุขเกษม สุธรรมบุตร บุตรนายสวัสดิ์ในฐานะทายาทผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกเลิกสัญญาซื้อขายทรัพย์จากการขายทอดตลาดระหว่างนายสวัสดิ์ สุธรรมบุตร ผู้ซื้อทรัพย์ กับเจ้าพนักงานบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายโดยการฝ่าฝืนนั้น แล้วแต่กรณีอาจยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวง หรือวิธีการบังคับคดีใด ๆโดยเฉพาะเสียก็ได้ ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง บัญญัติไว้ แต่กรณีตามคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์เป็นเรื่องที่ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์แล้ว จำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกสั่งคำร้องของจำเลยทั้งสองโดยใช้เวลาพิจารณาคดี 2 ปีเศษ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้ว จำเลยทั้งสองได้ใช้สิทธิในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีเจตนาประวิงเวลาในการบังคับคดีของศาลโดยจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาในการยื่นอุทธรณ์หลายครั้ง แต่ในที่สุดจำเลยที่ 2 ก็หาได้อุทธรณ์ไม่ ส่วนจำเลยที่ 1 ก็มิได้นำพยานเข้าสืบในชั้นพิจารณาของศาลแต่อย่างใด นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังเคยเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดและเป็นผู้ให้ราคาสูงสุด และเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุมัติให้ขายทรัพย์แก่จำเลยที่ 1 ไปแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาซื้อทรัพย์เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องนำทรัพย์ออกขายทอดตลาดใหม่ จากการประวิงเวลาของจำเลยทั้งสองทำให้ผู้ซื้อทรัพย์ไม่สามารถนำที่ดินที่ซื้อไปจัดสรรขายได้ ปรากฏว่าต่อมาเศรษฐกิจของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ธุรกิจการซื้อขายบ้านและที่ดินประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ลูกค้าขาดส่งค่างวด ประชาชนทั่วไปตกงาน ขาดกำลังซื้อ ทำให้โครงการบ้านและที่ดินจัดสรรเป็นจำนวนมากต้องหยุดกิจการลง ทำให้ผู้ซื้อทรัพย์เสียสิทธิและเสียโอกาส ในการดำเนินธุรกิจซื้อขายทรัพย์สินที่ได้จากการขายทอดตลาด ไม่สมประโยชน์แก่ผู้ซื้อทรัพย์ขอให้ยกเลิกการขาย และให้คู่สัญญาทั้งสองกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ซึ่งมิได้เป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 ลักษณะ 2 อันว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแต่อย่างใด ในทางกลับกันหากการเนิ่นช้านั้น ทำให้ที่ดินที่ซื้อขายมีราคาสูงขึ้น ก็ย่อมเกิดประโยชน์แก่ผู้ซื้อทรัพย์โดยเพียงแต่วางมัดจำไว้เท่านั้น ยังไม่ต้องชำระราคาทั้งหมดจึงเป็นเรื่องของการเสี่ยงในทางการค้าแต่อย่างไรก็ดีหากผู้ซื้อทรัพย์เห็นว่า บุคคลใดมีเจตนาไม่สุจริตจงใจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเรียกร้องเอาจากบุคคลนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001170.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543