คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7039/2543 ฉบับเต็ม

#35021
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7039/2543 บริษัท เอส.พี.เอส.แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด โจทก์ บริษัท พิชัยญาติ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 22 จำเลยอุทธรณ์ว่า ถ้าศาลชั้นต้นให้จำเลยสืบพยานก็จะทราบข้อเท็จจริงในคดีที่จะทำให้จำเลยชนะคดีได้ โดยไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายให้ชัดแจ้ง เพียงแต่กล่าวอ้างถึงคำร้องจำเลยที่คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยาน จำเลยให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทธรณ์จำเลย ทั้งมิได้กล่าวรายละเอียดตามคำร้องคัดค้านดังกล่าวมาในอุทธรณ์ด้วย จึงไม่อาจจะนำเอารายละเอียดในคำร้องนั้นมาประกอบอุทธรณ์จำเลยให้ชัดแจ้งได้ อุทธรณ์จำเลยจึงเป็น อุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน208,650 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 208,650 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 มกราคม 2540 ซึ่งเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาแรกที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 มีว่าจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลยทั้งสามโดยชัดแจ้งแล้วหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่าถ้าศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 1สืบพยานก็จะทราบข้อเท็จจริงในคดีที่จะทำให้จำเลยที่ 1 ชนะคดีได้โดยไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายให้ชัดแจ้งเพียงแต่กล่าวอ้างถึงคำร้องจำเลยทั้งสามฉบับลงวันที่ 17 มิถุนายน 2541 ที่คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลยทั้งสามให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ทั้งมิได้กล่าวรายละเอียดตามคำร้องคัดค้านดังกล่าวมาในอุทธรณ์ด้วย จึงไม่อาจจะนำเอารายละเอียดในคำร้องนั้นมาประกอบอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ให้ชัดแจ้งดังจำเลยที่ 1 ฎีกา อุทธรณ์จำเลยที่ 1 จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยปัญหานี้ชอบแล้ว แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ผิดสัญญาและจำเลยที่ 1 ได้ต่อสัญญาจ้างโฆษณาฉบับที่สองตามฟ้อง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน (พูนศักดิ์ จงกลนี-วิชา มหาคุณ-ปัญญา สุทธิบดี) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35021
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070495"
    }
}
date
2543
deka_no
7039/2543
deka_running_no
7039
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "วิชา มหาคุณ",
    "ปัญญา สุทธิบดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 22"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท เอส.พี.เอส.แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท พิชัยญาติ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน208,650 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 208,650 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 มกราคม 2540 ซึ่งเป็นวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาแรกที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 มีว่าจำเลยที่ 1 อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลยทั้งสามโดยชัดแจ้งแล้วหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่าถ้าศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 1สืบพยานก็จะทราบข้อเท็จจริงในคดีที่จะทำให้จำเลยที่ 1 ชนะคดีได้โดยไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายให้ชัดแจ้งเพียงแต่กล่าวอ้างถึงคำร้องจำเลยทั้งสามฉบับลงวันที่ 17 มิถุนายน 2541 ที่คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานจำเลยทั้งสามให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ทั้งมิได้กล่าวรายละเอียดตามคำร้องคัดค้านดังกล่าวมาในอุทธรณ์ด้วย จึงไม่อาจจะนำเอารายละเอียดในคำร้องนั้นมาประกอบอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ให้ชัดแจ้งดังจำเลยที่ 1 ฎีกา อุทธรณ์จำเลยที่ 1 จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยปัญหานี้ชอบแล้ว

แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ผิดสัญญาและจำเลยที่ 1 ได้ต่อสัญญาจ้างโฆษณาฉบับที่สองตามฟ้อง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001167.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543