คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7469/2543 ฉบับเต็ม

#35029
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7469/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายประกัน โจทก์ นางลัดดาวัลย์ เรืองฤทธิ์วัฒนา โจทก์ นายวรพจน์ เรืองฤทธิ์วัฒนา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 112 ป.วิ.พ. มาตรา 23 ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยตามคำร้องและมีคำสั่งให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลภายในกำหนด มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกันเมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำมาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15โดยต้องพิจารณาว่าการที่ผู้ประกันขอผัดส่งตัวจำเลยอันมีผลเช่นเดียวกับการขอขยายระยะเวลาต่อศาลชั้นต้นนั้นเป็นเรื่องที่มีพฤติการณ์พิเศษหรือไม่ ปู่ของจำเลยถึงแก่ความตาย จำเลยซึ่งเป็นหลานชายคนโตต้องอยู่ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาจนกว่าจะออกทุกข์ ผู้ประกันจึงไม่สามารถส่งตัวจำเลยต่อศาลได้นั้น เป็นเพียงเหตุผลทั่วไป หาใช่พฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ผู้ประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยต่อศาลไม่ นอกจากนี้ผู้ประกันยังมิได้ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามสัญญาประกัน ทั้งที่ล่วงเลยกำหนดออกทุกข์ไปนานแล้ว เหตุผลที่ผู้ประกันยกขึ้นอ้างในคำร้องขอผัดส่งตัวจำเลยไม่ต้องด้วยเหตุตามกฎหมายที่จะอนุญาตได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ลงโทษจำคุกทั้งสองฐานรวม 7 ปี 6 เดือน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกาต่อมาจำเลยยื่นฎีกา แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งไม่รับฎีกาของจำเลยและแจ้งให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลภายใน15 วัน ผู้ประกันยื่นคำร้องขอผัดส่งตัวจำเลยต่อศาลออกไปอีก 60 วันโดยอ้างว่าปู่ของจำเลยถึงแก่ความตาย จำเลยต้องอยู่ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาจนกว่าจะเสร็จงานศพ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีที่จะอนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยได้ต้องเป็นกรณีที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลคดีนี้ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยและจำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 224 วรรคหนึ่ง คดีย่อมถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้วจึงไม่อาจอนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยตามคำร้องได้ให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยภายในวันที่ 11 ตุลาคม 2542 เวลา 10 นาฬิกา มิฉะนั้นถือว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกัน ผู้ประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ประกันฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าศาลชั้นต้นออกหมายนัดถึงผู้ประกันสั่งให้ส่งตัวจำเลยต่อศาลภายใน 15 วัน ก่อนครบกำหนดนัดผู้ประกันยื่นคำร้องลงวันที่ 24 กันยายน 2542 ต่อศาลชั้นต้นขอผัดส่งตัวจำเลยมีกำหนด 60 วันแต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยตามคำร้องและมีคำสั่งให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลภายในวันที่11 ตุลาคม 2542 มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน คงมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของผู้ประกันว่า การที่ศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยตามคำร้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำมาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 กล่าวคือต้องพิจารณาว่าการที่ผู้ประกันขอผัดส่งตัวจำเลยอันมีผลเช่นเดียวกับการขอขยายระยะเวลาต่อศาลชั้นต้นนั้นเป็นเรื่องที่มีพฤติการณ์พิเศษหรือไม่ ในข้อนี้ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องของผู้ประกันลงวันที่ 24 กันยายน 2542 ว่าปู่ของจำเลยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2542 จำเลยซึ่งเป็นหลานชายคนโตต้องอยู่ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาจนกว่าจะออกทุกข์ ผู้ประกันจึงไม่สามารถส่งตัวจำเลยต่อศาลได้ เห็นว่า เหตุที่ผู้ประกันยกขึ้นอ้างในคำร้องดังกล่าวเป็นเพียงเหตุผลทั่วไป หาใช่พฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ผู้ประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยต่อศาลไม่นอกจากนี้แล้วจนถึงบัดนี้ผู้ประกันยังมิได้ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามสัญญาประกัน ทั้งที่น่าจะล่วงเลยกำหนดออกทุกข์ไปนานแล้ว เหตุผลที่ผู้ประกันยกขึ้นอ้างในคำร้องขอผัดส่งตัวจำเลยไม่ต้องด้วยเหตุตามกฎหมายที่จะอนุญาต ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้ว พิพากษายืน (กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35029
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069957"
    }
}
date
2543
deka_no
7469/2543
deka_running_no
7469
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 112"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายประกัน"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางลัดดาวัลย์ เรืองฤทธิ์วัฒนา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวรพจน์ เรืองฤทธิ์วัฒนา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ลงโทษจำคุกทั้งสองฐานรวม 7 ปี 6 เดือน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกาต่อมาจำเลยยื่นฎีกา แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งไม่รับฎีกาของจำเลยและแจ้งให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลภายใน15 วัน ผู้ประกันยื่นคำร้องขอผัดส่งตัวจำเลยต่อศาลออกไปอีก 60 วันโดยอ้างว่าปู่ของจำเลยถึงแก่ความตาย จำเลยต้องอยู่ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาจนกว่าจะเสร็จงานศพ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีที่จะอนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยได้ต้องเป็นกรณีที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลคดีนี้ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยและจำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 224 วรรคหนึ่ง คดีย่อมถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้วจึงไม่อาจอนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยตามคำร้องได้ให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยภายในวันที่ 11 ตุลาคม 2542 เวลา 10 นาฬิกา มิฉะนั้นถือว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกัน

ผู้ประกันอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ประกันฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าศาลชั้นต้นออกหมายนัดถึงผู้ประกันสั่งให้ส่งตัวจำเลยต่อศาลภายใน 15 วัน ก่อนครบกำหนดนัดผู้ประกันยื่นคำร้องลงวันที่ 24 กันยายน 2542 ต่อศาลชั้นต้นขอผัดส่งตัวจำเลยมีกำหนด 60 วันแต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยตามคำร้องและมีคำสั่งให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลภายในวันที่11 ตุลาคม 2542 มิฉะนั้นจะถือว่าผิดสัญญาประกัน

คงมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของผู้ประกันว่า การที่ศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้ผู้ประกันผัดส่งตัวจำเลยตามคำร้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำมาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 กล่าวคือต้องพิจารณาว่าการที่ผู้ประกันขอผัดส่งตัวจำเลยอันมีผลเช่นเดียวกับการขอขยายระยะเวลาต่อศาลชั้นต้นนั้นเป็นเรื่องที่มีพฤติการณ์พิเศษหรือไม่ ในข้อนี้ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องของผู้ประกันลงวันที่ 24 กันยายน 2542 ว่าปู่ของจำเลยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2542 จำเลยซึ่งเป็นหลานชายคนโตต้องอยู่ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาจนกว่าจะออกทุกข์ ผู้ประกันจึงไม่สามารถส่งตัวจำเลยต่อศาลได้ เห็นว่า เหตุที่ผู้ประกันยกขึ้นอ้างในคำร้องดังกล่าวเป็นเพียงเหตุผลทั่วไป หาใช่พฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ผู้ประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยต่อศาลไม่นอกจากนี้แล้วจนถึงบัดนี้ผู้ประกันยังมิได้ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามสัญญาประกัน ทั้งที่น่าจะล่วงเลยกำหนดออกทุกข์ไปนานแล้ว เหตุผลที่ผู้ประกันยกขึ้นอ้างในคำร้องขอผัดส่งตัวจำเลยไม่ต้องด้วยเหตุตามกฎหมายที่จะอนุญาต ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้ว

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001162.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543