คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8007/2543 ฉบับเต็ม

#35033
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8007/2543 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โจทก์ นาย จรูญ โสมวงศ์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 194, มาตรา 213 ป.วิ.พ. มาตรา 55, มาตรา 142, มาตรา 145 วรรคสอง, มาตรา 172 ป.ที่ดิน มาตรา 56, มาตรา 59 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยไม่ชอบขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยเป็นคำฟ้องที่ขอให้บังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้กระทำการหรือไม่กระทำการ เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินเป็นจำเลย จึงขอให้บังคับ เจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคสอง คำขอของโจทก์จึงไม่ชอบและไม่อาจบังคับได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2534 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินโจทก์จึงเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว เมื่อวันที่8 กันยายน 2538 จำเลยนำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 132 หมู่ที่ 4 ตำบลชำนิ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินของโจทก์ไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง เจ้าพนักงานที่ดินได้สอบสวนและดำเนินการตามคำขอของจำเลย ผู้แทนโจทก์คัดค้านเพราะที่ดินพิพาทตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดได้รับหลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดินแต่อย่างใด ที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดินที่จำเลยนำมาอ้างตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ซึ่งไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินพิพาท เป็นการนำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ของที่ดินแปลงอื่นมาขอออกโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองสอบสวนเปรียบเทียบแล้ว มีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยตามที่ได้นำรังวัดสอบสวนการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลย และยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินของจำเลย จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายสัมฤทธิ์ โสมวงศ์บิดาจำเลย ได้แจ้งการครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2498 เมื่อนายสัมฤทธิ์ถึงแก่ความตายจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์อย่างเป็นเจ้าของจนถึงปัจจุบันโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งและเจ้าของที่ดินข้างเคียงรับรองแนวเขตถูกต้อง ที่ดินพิพาทตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ระบุว่าตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ซึ่งเป็นหมู่เดิมปัจจุบันคือหมู่ที่ 8 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะส่วนที่ยกฟ้องโจทก์ในประเด็นที่ขอให้ยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินของจำเลยแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานแล้วพิพากษาในประเด็นดังกล่าวไปตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิได้เป็นคู่ความในคดีออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่8 กันยายน 2538 จำเลยนำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 132 หมู่ที่ 4 ตำบลชำนิ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินของโจทก์ไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ผู้แทนโจทก์คัดค้านเนื่องจากบริเวณที่ดินดังกล่าวไม่เคยมีผู้ใดได้รับหลักฐานแบบการแจ้งการครอบครองที่ดิน แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองทำการสอบสวนเปรียบเทียบแล้วมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่จำเลยตามที่ได้นำรังวัดสอบสวน ขอให้มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลย เป็นการฟ้องว่าจำเลยขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยไม่ชอบซึ่งการขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายนั้น ผู้ที่มีสิทธิครอบครองในที่ดินจะต้องนำหลักฐานที่แสดงว่าตนมีสิทธิครอบครองที่ดิน เช่น แบบแจ้งการครอบครอง ที่ดิน (ส.ค.1)ใบจองหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็นต้น ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินรับคำขอแล้วจะทำการรังวัดสอบสวนสิทธิในที่ดินของผู้ยื่นคำขอและพิจารณาว่าจะดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ยื่นคำขอหรือไม่ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 56, 59 ประกอบกฎกระทรวงฉบับที่ 43 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยนั้นเป็นคำฟ้องที่ขอให้บังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้กระทำการหรือไม่กระทำการเมื่อโจทก์มิได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองเป็นจำเลย จึงขอให้บังคับเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคสอง คำขอของโจทก์จึงไม่ชอบและไม่อาจบังคับได้ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โจทก์จึงมีสิทธิคัดค้านการออกโฉนดที่ดินของจำเลยและผลแห่งคำพิพากษาเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพยสิทธิย่อมผูกพัน เจ้าพนักงานที่ดินในอันที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลในทำนองว่า สามารถใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้นั้นก็หาใช่เป็นเรื่องบังคับให้เจ้าพนักงานที่ดินกระทำการหรือไม่กระทำการแต่อย่างใดไม่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ จึงชอบแล้ว พิพากษายืน (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-พิชัย เตโชพิทยากูล-อภิชาต สุขัคคานนท์) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
35033
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069397"
    }
}
date
2543
deka_no
8007/2543
deka_running_no
8007
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "พิชัย เตโชพิทยากูล",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 194",
            "ม. 213"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55",
            "ม. 142",
            "ม. 145 วรรคสอง",
            "ม. 172"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": [
            "ม. 56",
            "ม. 59"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย จรูญ โสมวงศ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2534 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินโจทก์จึงเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว เมื่อวันที่8 กันยายน 2538 จำเลยนำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 132 หมู่ที่ 4 ตำบลชำนิ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินของโจทก์ไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง เจ้าพนักงานที่ดินได้สอบสวนและดำเนินการตามคำขอของจำเลย ผู้แทนโจทก์คัดค้านเพราะที่ดินพิพาทตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดได้รับหลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดินแต่อย่างใด ที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดินที่จำเลยนำมาอ้างตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ซึ่งไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินพิพาท เป็นการนำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ของที่ดินแปลงอื่นมาขอออกโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองสอบสวนเปรียบเทียบแล้ว มีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยตามที่ได้นำรังวัดสอบสวนการกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลย และยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินของจำเลย

จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนายสัมฤทธิ์ โสมวงศ์บิดาจำเลย ได้แจ้งการครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2498 เมื่อนายสัมฤทธิ์ถึงแก่ความตายจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์อย่างเป็นเจ้าของจนถึงปัจจุบันโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งและเจ้าของที่ดินข้างเคียงรับรองแนวเขตถูกต้อง ที่ดินพิพาทตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ระบุว่าตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ซึ่งเป็นหมู่เดิมปัจจุบันคือหมู่ที่ 8 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะส่วนที่ยกฟ้องโจทก์ในประเด็นที่ขอให้ยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินของจำเลยแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานแล้วพิพากษาในประเด็นดังกล่าวไปตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิได้เป็นคู่ความในคดีออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่8 กันยายน 2538 จำเลยนำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 132 หมู่ที่ 4 ตำบลชำนิ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินของโจทก์ไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ผู้แทนโจทก์คัดค้านเนื่องจากบริเวณที่ดินดังกล่าวไม่เคยมีผู้ใดได้รับหลักฐานแบบการแจ้งการครอบครองที่ดิน แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองทำการสอบสวนเปรียบเทียบแล้วมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่จำเลยตามที่ได้นำรังวัดสอบสวน ขอให้มีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรอง ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลย เป็นการฟ้องว่าจำเลยขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยไม่ชอบซึ่งการขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายนั้น ผู้ที่มีสิทธิครอบครองในที่ดินจะต้องนำหลักฐานที่แสดงว่าตนมีสิทธิครอบครองที่ดิน เช่น แบบแจ้งการครอบครอง ที่ดิน (ส.ค.1)ใบจองหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็นต้น ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินรับคำขอแล้วจะทำการรังวัดสอบสวนสิทธิในที่ดินของผู้ยื่นคำขอและพิจารณาว่าจะดำเนินการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ยื่นคำขอหรือไม่ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 56, 59 ประกอบกฎกระทรวงฉบับที่ 43 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 ฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยนั้นเป็นคำฟ้องที่ขอให้บังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้กระทำการหรือไม่กระทำการเมื่อโจทก์มิได้ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองเป็นจำเลย จึงขอให้บังคับเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขานางรองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคสอง คำขอของโจทก์จึงไม่ชอบและไม่อาจบังคับได้ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โจทก์จึงมีสิทธิคัดค้านการออกโฉนดที่ดินของจำเลยและผลแห่งคำพิพากษาเป็นเรื่องเกี่ยวกับทรัพยสิทธิย่อมผูกพัน เจ้าพนักงานที่ดินในอันที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลในทำนองว่า สามารถใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้นั้นก็หาใช่เป็นเรื่องบังคับให้เจ้าพนักงานที่ดินกระทำการหรือไม่กระทำการแต่อย่างใดไม่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ จึงชอบแล้ว

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001157.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543